Friday, December 24, 2010

ชาลอต

วันนี้ไปชอลอตมา  เมืองที่ได้ชื่อว่าใหญ่ที่สุด ของรัฐ North Carolina 
(แต่เทียบกับที่อื่นก็เล็กอยู่ดี)

ไปทำไมเหรอ 
ตั้งใจอยากไปเห็นลิฟท์ เห็นบันไดเลื่อน  แสงสี และ ต้นคริสต์มาส

จริงๆน่ะ อยู่นี่ไม่มีโอกาสเห็นเลย



รูปแรก เห็นตึกสูงๆดีใจมาก  เมืองที่อยู่ ไม่มีแบบนี้โดยสิ้นเชิง



ต้นคริสต์มาส ที่อุตว่าห์ให้คุณผู้ชายขับรถไปสามชั่วโมงเพื่อไปดู
ใหญ่สุดแค่นี้ล่ะ
บอกคุณผู้ชายว่า ปีหน้าขอกลับไปดูที่ไทยยังดีกว่า





 ต้นแค่นี้แหละ
..........ผู้คนก็ไม่มี ........






เดินไปทางไหนก็มีแต่ตึกไม่มีผู้คน  




นี่แสงสี  ตึกสูงๆ ที่อุตส่าห์ให้คุณผู้ชายพาไปดู
เห็นแล้วคิดถึงกรุงเทพ 
เดินไปทางไหนของกรุงเทพก็มีของกินข้างทางตลอด
ไม่มีวันหยุดแบบนี้
ที่นี่ วันนี้เค้าหยุดอยู่บ้านกันน่ะ
นี่มีแต่แสงไฟ ไม่มีผู้คนเลยนะ 




เห็นแสงสี ผ่านตึกสวยๆ ก็เลยถ่ายมา 
ที่เฟเอทวิลล์  เมืองที่อยู่เนี่ยะ ไม่มีแบบนี้น่ะ 

ไม่มีจริง จริ๊ง ให้ดิ้นตายเหอะ  โรบิ้น หุหุ

อย่าหาว่าแค่นี้ก็เห่อเลยน่ะ

ไม่ได้เห็นมานานน่ะ  เห่อ จริงๆ


ไปพักผ่อนก่อน  
เหนื่อยจัง



Merry Christmas ทุกคนจ้ะ 

คลิกที่รูป เพื่อเอาโค้ดรูปนี้ไปแปะ

[ของตกแต่งโดนๆคลิกเลย]

Wednesday, December 22, 2010

ข้าวผัดกุ้งผงกะหรี่




เมื่อเที่ยงกินก๋วยเตี๋ยวเลยไม่อยู่ท้อง
ตอนเย็นต้องกินข้าวแหละ
กินอะไรดีน๊า 
หาเมนูอาหารจานง่าย
เปิดเนทเหมือนเดิม
เจอข้าวผัดกุ้งผงกะหรี่
ทำเลยล่ะกัน
ทำเหมือนข้าวผัด แต่ใส่ผงกะหรี่แค่นั้นเอง

หอม อร่อย เชียวล่ะ


วันนี้ออกมางามหน่อย พาออกงานได้






ทำสมูตตี้สตรอเบอรี่อีก

กินจนจุกมากเลย 


ยังต่อด้วยไดเอทโค้กอีก  


กินไปได้ไงเนี่ยะ 






ก๋วยเตี๋ยวต้มยำซี่โครงหมู

ทีแรกว่าจะทำผัดไทยวุ้นเส้น
เปิดตู้เจอบะหมี่เหลืองแห้งเก็บไว้นานแล้ว
มีกระดูกหมูในตู้เย็น 
งั้นทำก๋วยเตี๋ยวต้มยำน้ำซุปกระดูกหมูดีกว่าเนอะ  
ต้มนำ้ใส่กระดูกหมู ทำน้ำซุป ใส่หอมหัวใหญ่ เกลือ  รอเวลา

มีหมูสับด้วย ทำลูกชิ้นใส่ด้วยดีกว่า
เปิดสูตรจากเนท ทำลูกชิ้นอย่างรวดเร็ว  
ไม่เหมือนลูกชิ้นเท่าไหร่ แต่พอประสมประเสไปด้วยกันได้อยู่ ทำเร็วมากน่ะ
คนๆๆ ขยำๆ นิดเดียว ไม่ได้นวดตามสูตรเลย 

นำ้เดือดละ ใส่ ซี้อิ้วขาว  เติมน้ำตาล
เอาหมูสับที่แบ่งไว้มาใส่ถ้วย ตักน้ำร้อนที่เดือดราด คนๆๆๆ ให้หมูแยกเป็นฝอยๆ
เทใส่ลงไปในหม้อ

ทำไรอีก น้ำซุปเสร็จแล้วอ่ะ

อ๊อ ลวกเส้น มันเป็นบะหมี่แข็ง  ลวกเฉยๆไม่นิ่มน่ะ 
เอาแช่น้ำใส่ไมโครเวฟเลย 2 นาทีก็กินได้ 
เอาใส่ถ้วย  ใส่เครื่องปรุง  ใส่น้ำพริกเผาไปนิดนึงดีกว่า ให้เข้มข้น 

อยากกิน กากหมูน้อยๆ แบบที่เคยกินจากบางร้านน่ะ  แต่ไม่มีใส่อะไรแทนดีน๊า 
ใส่เต้าหู้แทนดีกว่า  เอามาหั่นฝอยๆๆๆ  แล้วเอาไปทอดกรอบๆ  พร้อมทอดกระเทียมเจียวเลย
เอามาโรยหน้า  เคี้ยวหนุบๆ   อร่อยมากจ๊า  



ถ่ายรูปตอนยังไม่เติมน้ำก่อน เดี๋ยวจะไม่เห็นอะไรเลย 



ใส่น้ำพอขลุกขลิก



ลูกชิ้นตลกๆ แต่กินรวมกันแล้วก็อร่อย 



ตบท้ายด้วยนี่ ขาดไม่ได้
กินไปก็คิดถึงพ่อกับแม่มากเลย   อยากทำให้พ่อกับแม่กินจัง
พ่อแม่คงดีใจนะ ลูกสาวทำก๋วยเตี๋ยวเป็น (ไม่อยากเชื่อ)
อร่อยอีกต่างหาก  ขอบอก 
   





Monday, December 20, 2010

บทเรียนรายวัน

บทเรียนรายวัน 1
วันนี้บทเรียนรายวันของ MSN เป็นบทสนทนาทางโทรศัพท์
ชอบตรงที่  ถ้าเป็นเราคงถามแล้ว ถามอีก
บอกแล้วบอกอีก ก็คงยังไม่เข้าใจ  หุหุ

ลองฟังดู คลิ๊ก        
ตัวอย่างประโยคสนทนา คลิ๊ก    







ตัวอย่างประโยคคล้ายๆกัน คลิ๊ก  






ประโยคที่ใช้ถามเมื่อเราฟังแล้วไม่มั่นใจหรือฟังไม่ทัน

I'm afraid I can't hear you
Could you repeat that again?
Could you repeat that please ?
I'm sorry, I didn't catch what you just said.
Can you please speak a little more slowly ?
Can you please speak a little louder ?
Sorry.  I didn't catch that.  Could you say that again please?
The line is very bad. Could you speak up please?

ยังไม่เข้าใจอีก ก็ใช้ประโยคนี้ช่วย 
Cloud you please spell that for me?
How do you spell your name? 
และอาจตามด้วย 
Let me repeat your information to make sure I got it right.

ถ้ายังไม่รู้เรื่องอีกก็ไปตามคนอื่นมารับเหอะนะ สงสารคนโทรมาน่ะ เปลืองตังค์เค้า หุหุ

คลิ๊กฟัง

ได้ความรู้ ข้อสังเกต (ที่เราอาจพูดอยู่แล้ว แต่ไม่ได้สังเกตน่ะ )

การตั้งคำถาม Who
ถ้า Who ที่เราจะถามเป็นประธานของประโยค  เราไม่ต้องใช้ กิริยาช่วย ( auxiliary verb หรือบางทีก็พูดตรงตัวว่า helping verb )
เช่น Who called you last night?  ใครโทรมาหาเราเมื่อวานนี้


ถ้าประโยคนั้น Who ที่เราถามเป็นกรรมของประโยค ต้องมี กิริยาช่วยมาใช้ในการตั้งคำถาม
Who did you call last night ?   ในประโยคนี้ Who เป็นกรรม   เราโทรไปหาใคร เมื่อวานนี้


บางที เราไปคิดว่า การแต่งประโยคคำถาม  ต้องเอากิริยาช่วยมาใช้
   ในตัวอย่างที่ฟัง เค้าสงสัยว่า ทำไมคุณครูบอกว่าพูดแบบนี้ไม่ถูก
   Who did  call you yesterday ?    อันนี้ผิด
  เพราะ Who ที่เราถามในประโยคนี้เป็นประธาน ของประโยค 
  เพราะฉะนั้น ไม่ต้อง   มี กิริยาช่วย
  คือไม่ต้องเอา did มาช่วยในการตั้งคำถาม



ถามว่า Who called you last night ? ได้เลย


แต่มาดูประโยค ที่ Who เป็นกรรม

ก็ไม่น่าใช้ Who did you call last night ? สิ
ถ้า ในประโยค คนที่เราอยากรู้ ว่าเป็นใครเป็นกรรม
ประโยคที่ถูกต้องก็ควรเป็น

Whom did you call last night?   ใช่รึเปล่า  ไปหาคำตอบก่อน


จริงๆ การเอาตัวรอดกับภาษาเนี่ยะก็ไม่ต้องเรื่องมากขนาดนี้หรอกนะ
แค่พอสื่อความหมายได้ก็พอ

แต่อยู่ว่างๆไม่มีอะไรทำ ก็อยากรู้อยากเห็น หาคำตอบไปเรื่อยน่ะ

เดี๋ยวมาเล่าต่อ

รูปสวย น่ารัก glitter emoticon www.yenta4.com


บทเรียนจากเรื่องราวของโอ้ท

หลังจาก อ่านเรื่องราว behave ของโอ้ทมา ก็นึกถึงศัพท์ที่เคยได้ยิน
behavior กับ behaveของโอ้ท
ไปเปิดดูว่า ใช้ต่างกันยังไง  คำไหน เป็นอะไร ( v. or n. or adj. or adv. น่ะ )

ไปฟังการอ่านออกเสียง  ออกไม่เหมือนที่เคยออกอีกละ  มิน่าพูดอะไรไปฝรั่งไม่เข้าใจ

behave พอเห็นโอ้ทเล่าก็นึกตามเลย บีแฮฟ บีฮาฟ ไปเรื่อย
แต่พอไปลองฟัง  เค้าออกเสียง บิเฮฟ  ออกตัวแรก บิ  ปนๆ เบ หน่อยๆ
แล้วตัวหลังนี่ออกเป็น เฮฟ

เราก็แฮฟ ฮาฟไปเรื่อย คิดว่าออกเหมือน have ตัวเดียวน่ะ
ปรากฎว่าเค้าออกเสียงว่า เฮฟกัน

behave  (v.) นี่หมายถึง การฝึกนิสัย ; ทำประพฤติตัวให้เหมาะให้ควร : To manage the actions of (oneself) in a particular way
To manage or govern in point of behavior ; to discipline; to handle


 Slang :  หยุดทำโง่ๆ   อันนี้แปลแบบเด็กแว๊นท์ แปลน่ะ 


behavior (n.)นี่หมายถึง พฤติกรรม  :  The actions or reactions of a person or animal in response to external or internal stimuli.



แยกใช้ให้ถูกนะเด็กๆ (บอกตัวเองด้วยแหละ)

(นี่ถ้าตอนเรียนหนังสือขยันแบบนี้ ป่านนี้ชีวิตคงได้ดีไปแล้ว หุหุ )

It's time to sleep , goodnight .

คลิกที่รูป เพื่อเอาโค้ดรูปนี้ไปแปะ

[ของตกแต่งโดนๆแบบนี้คลิกเล๊ย]


มาแล๊ว    คำตอบจ๊า   ไปเจอมาแล้ว  Who , Whom
สรุปว่าดั้งเดิมไวยากรณ์อังกฤษเนี่ยะ
เมื่อไหร่ ที่ คนที่เราพูดถึง  ที่แทนด้วย who เนี่ยะ เป็นกรรมในประโยค
ต้องเปลี่ยนจาก who มาเป็น whom
รวมทั้งประโยคคำถามด้วย

แต่ ....  ในความเป็นจริง ทั่วไปสากลนิยม หรืออะไรก็แล้วแต่ ทุกวันนี้ เราใช้ who เลย
 จนทุกคนยอมรับ ถือว่าถูกต้อง ใช้ได้

เพราะฉะนั้นก็เลยไม่ต้องเปลี่ยนเป็น whom

วิ่งไปถามคุณผู้ชาย
ว่าคนอเมริกัน เค้าคิดเหมือนกันหมดรึเปล่า

Mr. เป็ด (ที่มาของชื่อคือเธอชื่อ Doug แต่เราจะออกเป็น Duckตลอดแม้ว่าเธอจะพร่ำบอกว่าเธอไม่ได้ชื่อ Mr. เป็ดก็ตาม),

ถามอะไรหน่อย

Who did you call last night?
&
Whom did you call last night?


Which is correct?  แล้วก็เปลี่ยนคำถามใหม่  What should I say? มากกว่า


เพราะที่อ่านมาก็ใช้ได้ทั้ง2น่ะ    แต่อยากลองภูมิเธอน่ะ หุหุ
เธอตอบมา
Both are correct . 
หญิงไทย  : อธิบายด้วย ทำไม !!! ( ถามลองภูมิ)

I don't know why , we can use both sentences  but " Whom did you call last night? " might proper English .

ใช้คำนี้อีกละ  proper English แปลว่าถูกต้องตามหลักไวยากรณ์อังกฤษ ประมาณนั้นน่ะ

สรุป อันนี้ที่ไปเจอมา  Whom can only be used to elicit information about the object of the sentence. Although using whom would be grammatically correct, we normally use who instead because it doesn’t sound so formal.  


โลกมันแปรผันไป กฎเกณฑ์บางอย่างก็เปลี่ยนไปให้เข้ากับยุคสมัยน่ะ  
สรุปใช้ได้ทั้งสองจ้า อยากทันสมัยก็ใช้ who 
แต่อยากถ้าฝักใฝ่โบราณนิยม ก็เลือกใช้ whom จ้า 
สำหรับเรา อยากใช้ whomน่ะ มันเท่ห์ดีคุณครูรู้ดีใจตายเลย สอนไปยิ่สิบกว่าปีที่แล้วยังจำได้
ไม่บอกดีกว่า เดี๋ยวคุณครูจะดีใจ pass a way  



ทบทวน เด็กๆ ก่อนนอน เมื่อวาน พูดถึง lavatory ,escalator , elevator คืออะไรจำได้ไม๊
ถ้าไม่ได้กลับไปอ่านอีกรอบนะ คลิ๊ก

Sunday, December 19, 2010

บันไดเลื่อน ลิฟท์ ห้องน้ำ เกี่ยวกันไม๊เนี่ยะ

วันนี้ ดูทีวี เห็นบันไดเลื่อน ตื่นเต้นมากเลย
อเมริกามีบันไดเลื่อน หุหุ
เมืองที่อยู่ ไม่มี อะไรเลย ไม่มีลิฟท์ อยู่อพาตเมนท์ชั้น 3
ไปซื้ออาหารมาตุนที ก็หอบขึ้นห้องพะรุงพะรัง
จะมีลิฟท์อยู่ในค่ายน่ะ
นอกค่ายนี่ไม่มีจริง จริ๊ง

พอเห็นในทีวี ตื่นเต้นเลย
ลืมไปว่าเรามาอยู่บ้านนอกเองเลยไม่มี ให้เห็น

จะว่าไปแล้ว อยู่บ้านเรามีทุกอย่างกว่าเนาะ อย่างน้อยทุกที่ก็เจริญ พอๆกัน
บ้านนอกแค่ไหน ในตัวเมืองก็มีลิฟท์ มีบันไดเลื่อน
ไม่เหมือนที่นี่ บางเมือง ชนบทก็ชนบ๊ท ชนบท
ไอ้ที่เจริญก็เจริญจัง

หมายเหตุ ไม่เคยเห็นแบบเจิญๆ หรอกนะ ดูจากในหนัง ในทีวีน่ะ

ที่นี่ชอบใช้ศัพท์แปลกๆ ( จริงๆเค้าก็พูดปกติของเค้าแหละ แต่เราไม่เคยรู้ไง )
บ้านๆ อย่างเราไม่รู้เลย ถ้าไม่มีใครบอก

บันไดเลื่อน = escalator

ลิฟท์ = elevator อัันนี้ก็ไม่อ่านว่า อีเลเวเตอร์ นะ ลองฟังดู

อีกคำ ห้องน้ำ ชอบใช้บนเครื่องบิน จำไม่ได้ซักที lavatory

ตรงประตู จะบอกว่า ว่าง หรือไม่ว่าง

ว่าง = vacant ไม่ใช่ วาแค้น น่ะ ลองฟังดู

ไม่ว่าง = occupied







ไม่ชอบเลย
บ้านนอกอย่างเรา เข้าไปทีไร กว่าจะ กดน้ำใช้ได้ ไม่ค่อยรู้เลย ว่าต้องทำไง
ไม่รู้จะคิดแบบแปลกๆยากๆ ไปทำไม

ป้าบางคน ทำไม่เป็น หลังทำธุระเสร็จก็ปล่อยไว้อย่างนั้นแหละ
ไม่กดน้ำทิ้ง เพราะหาที่กดไม่เจอ

ใครเป็นคนคิดเนี่ยะ อยากบอกจัง ว่าเค้าสร้างปัญหาให้กับคนที่ใช้บางคนนะ
สมองอัจฉริยะ ไม่มีที่ระบาย มาระบาย กับปุ่มเปิดปิดก๊อกน้ำ เฮ้อ ลำบากคนใช้



แค่นี้ก่อนนะ เบื่อห้องน้ำไฮโซ ต้องจ่ายเงิน ค่าตั๋วหลายหมื่นเลย ก่อนจะได้เข้า เข้าไปยังใช้ยากอีก


คิดแล้วไม่ชอบเลย lavatory บนเครื่องบินเนี่ยะ








Saturday, December 18, 2010

อาหารมื้อเย็น แบบง่ายๆ

ไปซื้อกินอาหารที่ห้าง เหมือนข้าวแกง ที่ไทยเลย
มีอาหารเป็นถาดๆ ให้เลือกว่าจะเอาอะไรบ้าง
เลือกข้าวผัด กับ ผัดผักรวม กับ ไก่น้ำผึ้งเหนียวๆ เคี้ยวแล้วหนึบๆดีออกหวานๆ ชอบ
วันนี้อยากกินอีก แต่ไม่ซื้อหรอก เสียดายตังค์
ข้าวผัดก็ทำง่ายๆ
ผัดผักก็ทำง่ายๆ
เหลือไก่น้ำผึ้ง นี่ไม่เคยทำ

แต่กินแล้วหวานๆ ออกสีส้ม น่าจะเป็นซอส อะไรซักอย่าง
ไก่นี่ชุบแป้งทอดก่อนด้วย
ชื่อมันก็ไก่น้ำผึ้ง เพราะฉะนั้นก็น่าจะใส่น้ำผึ้ง
อย่าไปซื้อให้เปลืองตังค์เลย ทำกินเองดีกว่า
เหลืออาหารไปทำอย่างอื่นต่อได้ตั้งหลายมื้อ

มีไก่ชุบแป้งทอดใส่ตู้เย็นไว้นานแล้ว ทำเลยดีกว่า
ใส่น้ำมันลงไปนิดนึง
ใส่ไก่
หอมหัวใหญ่นี่ใส่เพื่อช่วยลดคลอเลสเตอรอล
ใส่เครื่องปรุง ตามที่คิดว่าน่าจะใส่
ซอสส้มๆที่เห็นจากที่ซื้อกินนี่ ขอใส่เป็นซอสมะเขือเทศละกัน
ถ้าใช้ซอสพริกเสียดายน่ะ ซอสพริกใช้ของศรีราชา แพงกว่าซอสมะเขือเทศที่นี่เยอะ
แอบมีเหนียว
ใส่ซีอิ้วขาวเหยาๆะ
แล้วก็ใส่น้ำผึ้งลงไป
ชิมรสออกหวานๆ อร่อย ใช้ได้
เติมกุ้งด้วยดีกว่า ไก่ชุบแป้งทอดที่มีอยู่มีน้อยน่ะ
ใส่พริกผงไปหน่อยดีกว่า ชอบกินรสเผ็ด ไม่มีรสชาติเผ็ดนี่กินข้าวไม่อร่อยน่ะ
ฉีกผักชีใส่ไปให้มีสีสัน


ผัดผักคะน้าที่มีอยู่ให้หมดเดี๋ยวจะเน่าก่อน
ผัดจืดๆ น่ะ ขอให้ได้กินผัก


อาหารดูจืดๆ แห้งๆ แต่แค่ได้กินกับข้าวสวยร้อนๆ
กินกับพริกน้ำปลาด้วย แค่นี้ มื้อนี้ ก็อร่๊อย อร่อย

ไว้โอกาสหน้าจะทำไก่น้ำผึ้งใหม่ให้ดูมีน้ำซอสให้เห็นมากกว่าวันนี้นะ
วันนี้ครั้งแรกกะไม่ถูก แต่อร่อยน๊า มันออกหวานๆ น่ะ
แล้วจะเอามาอวด (ถ้าดูดีขึ้น อิอิ ถ้าไม่ดีก็เก็บไว้ )

ติดกาแฟเย็นน่ะ
ทำกินทุกวันเลย
ถ้าไม่ทำนี่จะรันทดคิดถึงตอนอยู่ไทย ขับรถไปซื้อแป๊บนึงก็ได้กิน
อยู่นี่เค้าไม่ค่อยออกไปไหนกันเนาะ
ก็เลยต้องทำกินเอง ไม่ให้รันทด สงสารตัวเองว่าทำไมเรามาอยู่กันดารแบบนี้

แล้วก็ทำสมูธตี้ให้คุณผู้ชาย
เธอควบคุมอาหารอยู่ เลยให้กินแบบดีต่อสุขภาพนิดนึง
เอาไปยื่นให้ยิ้มแก้มฉีกเลย


เราแก้วใหญ่กว่านะ อิอิ

Friday, December 17, 2010

What is the weather forecast for today ?

คุยเรื่องอากาศต่อนิดนึง
จะได้เก็บไว้ใช้เองด้วย

จากที่คุยกับโอ้ท แล้วมีคำถามกัน
ไปถามคุณผู้ชายมาแล้ว

ถ้าอยากจะถามว่า พยากรณ์อากาศ เค้าว่าไง
เธอให้ถามแบบนี้
What is the weather forecast for today ?

ถ้าถามถึงพยากรณ์อากาศพรุ่งนี้เป็นอย่างไรบ้าง
ก็เปลี่ยแค่ today เป็น tomorrow
What is the weather forecast for tomorrow?

หรือ What is the weather going to be like tomorrow?


ถ้ามีคนถามเรา เราจะอธิบายตอบก็ประมาณนี้
It is going to upper 40 to low 50, partly cloudy, and chance of rain .
ประมาณนี้น่ะ หรือ It will be in the upper 40 to low 50 today, ................................ .


ไม่รู้ถูกเป๊ะไม๊
แต่ถ้าเอาแค่ประโยคที่ทั่วๆไปใช้กัน นี่พอพึ่งได้อยู่
(ถามทีไร เธอออกตัวทุกที ว่าไม่เก่งแกรมม่านะ อย่าคาดหวังมาก )

ส่วนประโยคว่า What is the temperature gonna be tomorrow?
เธอบอกว่า ใช้ได้ แต่ gonna เป็นคำ slang , not proper English .
ถ้าอยากให้ proper English ควรใช้ going to be

ก็เลยทำหน้าเอ๋อ proper English คืออะไร ไม่เคยได้ยิน เธอเลยบอกใหม่ว่า correct น่ะ
proper ในที่นี่ หมายถึง ถูกต้อง (ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์มั้ง เพราะเธอบอกว่าจะใช้อันไหนก็ได้ แล้วแต่ว่าจะเลือกใช้ประโยคที่ถูกต้องหรือslang ได้ทั้งนั้น )


proper ออกเสียงว่า พรอพ-เพ่อ พึ่งรู้วันนี้น่ะ
เคยเห็น คำศัพท์นี้ จาก proper noun ไม่เคยสนใจความหมาย คำว่า proper ตัวเดียวเลย
แล้วเราออกเสียงตามแบบฉบับเราว่า โพ-เพ่อ-นาว น่ะ
เลยวิ่งไปถามเธอใหม่อ่านออกเสียงเหมือนกันไม๊
สรุปเหมือนกัน เลยพึ่งรู้ว่า ตัวเองอ่านคำนี้ผิดมาตลอดน่ะ ทุกทีคิดว่าออกเสียง โพร-เพ่อ
จริงๆ ต้องอ่านออกเสียงว่า พรอพ- เพ่อ - นาวน
(เราไม่ออกเสียง ร เรือนี่เธอก็บอกว่าไม่ถูกนะ ต้องออกเสียง ร เรือด้วย )
ตอนเรียนที่ห้องเรียน ESL นี่ก็ทำเสียงพูดเร็วๆในลำคอ สั้นๆ ก็เลยพอมั่วไปกับคนอื่นได้น่ะ



อันนี้เล่าต่อให้เด็กๆ ที่ไทยฟังนะ

proper noun คืออะไร
proper noun ภาษาไทยเรียก นามเฉพาะ
ก็คือ คำนามอย่างหนึ่ง ที่เป็นชื่อเฉพาะ เรียก สิ่งต่างๆน่ะ เขียนขึ้นต้นด้วยตัวใหญ่( Capital letter )

A proper noun is a specific person, place, or thing and is always capitalized. Days of the week, names, months, historical documents, institutions, organizations, and religions are all proper nouns.

เช่น ชื่อคน ชื่อประเทศ ชื่อจังหวัด ชื่อสารพัด สาระเพ ต่างๆ


ว่าแล้วก็ไปทำแบบฝึกหัด ง๊าย ง่าย กันนะ


เรียนไปด้วยกันนะ




แต่ตอนนี้ขอตัวไปนอนก่อนละกัน
ปะ ไปนอน

คลิกที่รูป เพื่อเอาโค้ดรูปนี้ไปแปะ

โอนเงินจากอเมริกาไปไทย โดยใช้บริการ MoneyGram หรือทางไหนดี

ส่งเงินจากอเมริกา ไปไทย ที่ไหน ทางไหนเรทดี ? คนมาอยู่อเมริกาคงมีคำถามนี้กันเนาะ วันนี้ยกตัวอย่างบางช่องทางนะคะ เราถนัด MoneyGram เพราะสะ...