Saturday, September 20, 2014
เล่าเรื่องเรียนภาษาที่นี่
เล่าถึงประสบการณ์เริ่มต้นเรียนESL
ออกเสียงภาษาอังกฤษไม่ดีนะ
กำลังพยายามปรับปรุงอยู่
แต่เรื่องนี้แก้ยากละ
ดูที่สาระที่เอามาฝากละกันเนาะ...
สำหรับบางคนที่ไม่มีโอกาสไปเรียนในห้องอยากทบทวนตัวเองไม่รู้จะเริ่มที่ไหนดี
อาจได้แนวทางไปบ้าง
วีดีโอไม่สวย เพราะทำสวยงามไม่เป็นและไม่ได้มีเวลามาก
อัดยาวทีเดียวเลย แต่งเติมไม่เป็น
^^
http://youtu.be/PQIa8sEABgY
Sunday, September 7, 2014
เดินทางกลับไทย ต่อเครื่องที่ญี่ปุ่น สนามบิน นาริตะ
ประสบการณ์เดินทางกลับไทยคนเดียว
● ตรวจสอบ security ก่อนจะเข้าไปด้านในเกท
ก่อนตรวจ ยื่น พาสปอร์ต ID card ให้จนท. เตรียมเอาสัมภาระที่ถือขึ้นเครื่องเข้าเครื่อง scan
ที่อเมริกา ต้องถอดรองเท้าด้วย ที่ญุ่ปุ่นและไทยไม่ต้อง ถอดแจ็คเกต
●ถ้ามีคอมต้องเอาออกจากกระเป๋า มาวางในตะกร้า อันเดียว ของอย่างอื่น ใส่รวมกันในตะกร้าอีกอัน
ถ้าเป็น เป้ใหญ่ๆ หรือกระเป๋าลาก ดันเข้าไปในช่องสแกนเลย ไม่ต้องใส่ตะกร้า
การต่อเครื่องระหว่างประเทศ
ออกจากเครื่องมา มองหาป้าย International Connecting Flight หรือ Transfer
ออกมาจากงวงช้าง ที่ออกจากเครื่องจะเลี้ยวซ้ายหรือขวา แล้ว แต่เครื่องเราจอดฝั่งไหน ให้ดูว่าไปทางไหน ตามป้ายที่บอก
ถึงห้องตรวจ security เตรียมตรวจ security
ขั้นตอนนี้ เตรียม พาสปอร์ตและตั๋วเตรียมยื่นให้จนท.ด้วย ทำเหมือนที่อเมริกา ถ้ามีคอมเอาออกมา ไม่ต้องถอดรองเท้า
ออกจากห้องตรวจ security มา
ถ้าจำไม่ผิด จะต้องลงบันไดเลื่อน หรือขึ้นนี่แหละ
ไม่ต้องกังวลว่าจะไปผิด มันเป็นทางบังคับ ทุกคนเดิน ตามกัน
พอเดินออกมาจากบันไดเลื่อน มีป้ายมอนิเตอร์ใหญ่ ๆให้ตรวจสอบเกท มี เคาเตอร์ประชาสัมพันธ์
ป้ายจะสลับ ภาษาญุ่ปุ่นกับอังกฤษ เลื่อนไปมา อาจดูยากหน่อย
ถึงแม้ จะมี บอกเกท มาตั้งแต่ รับตั๋วที่อเมริกาก็ต้องเช็ค อีก เกท อาจเปลี่ยนได้
หรือสอบถามเกทที่เคาเตอร์ประชาสัมพันธ์ หลังจากที่ออกจากบันไดเลื่อน ให้ จนท.เช็คให้ก็ได้
ที่สนามบินนาริตะ ญี่ปุ่น มี2 Terminal บางคนอาจลงเครื่องที่ Terminal2 แล้วต้องไปต่อเครื่องที่Terminal1
ตอนกลับครั้งแรกมีคนที่รู้จักแนะนำมาแบบละเอียดมาก เราเดินตามโพยที่เอาติดตัวไปด้วย
หลังเดินทางถึงที่หมายเรียบร้อยดี เลยสรุปจากประสบการณ์ตัวเองไว้บ้าง
เผื่อว่าจะเป็นประโยชน์กับคนอื่น
และเอาไว้ติวตัวเองทุกครั้งก่อนเดินทางแต่ละครั้งด้วย
หลังจากเช็คอิน เช็คกระเป๋าเรียบร้อยแล้ว
เตรียมตัวเข้าไปด้านในที่ญาติเข้าไปด้วยไม่ได้
ถือสัมภาระที่จะถือติดตัวขึ้นเครื่องเตรียมเข้าช่องตรวจสอบ security
● ตรวจสอบ security ก่อนจะเข้าไปด้านในเกท
ก่อนตรวจ ยื่น พาสปอร์ต ID card ให้จนท. เตรียมเอาสัมภาระที่ถือขึ้นเครื่องเข้าเครื่อง scan
ที่อเมริกา ต้องถอดรองเท้าด้วย ที่ญุ่ปุ่นและไทยไม่ต้อง ถอดแจ็คเกต
●ถ้ามีคอมต้องเอาออกจากกระเป๋า มาวางในตะกร้า อันเดียว ของอย่างอื่น ใส่รวมกันในตะกร้าอีกอัน
ถ้าเป็น เป้ใหญ่ๆ หรือกระเป๋าลาก ดันเข้าไปในช่องสแกนเลย ไม่ต้องใส่ตะกร้า
การต่อเครื่องระหว่างประเทศ
ออกจากเครื่องมา มองหาป้าย International Connecting Flight หรือ Transfer
ออกมาจากงวงช้าง ที่ออกจากเครื่องจะเลี้ยวซ้ายหรือขวา แล้ว แต่เครื่องเราจอดฝั่งไหน ให้ดูว่าไปทางไหน ตามป้ายที่บอก
ถึงห้องตรวจ security เตรียมตรวจ security
ขั้นตอนนี้ เตรียม พาสปอร์ตและตั๋วเตรียมยื่นให้จนท.ด้วย ทำเหมือนที่อเมริกา ถ้ามีคอมเอาออกมา ไม่ต้องถอดรองเท้า
ออกจากห้องตรวจ security มา
ถ้าจำไม่ผิด จะต้องลงบันไดเลื่อน หรือขึ้นนี่แหละ
ไม่ต้องกังวลว่าจะไปผิด มันเป็นทางบังคับ ทุกคนเดิน ตามกัน
พอเดินออกมาจากบันไดเลื่อน มีป้ายมอนิเตอร์ใหญ่ ๆให้ตรวจสอบเกท มี เคาเตอร์ประชาสัมพันธ์
ป้ายจะสลับ ภาษาญุ่ปุ่นกับอังกฤษ เลื่อนไปมา อาจดูยากหน่อย
ถึงแม้ จะมี บอกเกท มาตั้งแต่ รับตั๋วที่อเมริกาก็ต้องเช็ค อีก เกท อาจเปลี่ยนได้
หรือสอบถามเกทที่เคาเตอร์ประชาสัมพันธ์ หลังจากที่ออกจากบันไดเลื่อน ให้ จนท.เช็คให้ก็ได้
สรุปขั้นตอนต่อเครื่องระหว่างประเทศ
หลักๆ คือ
ออกจากเครื่องดูป้าย International Connecting
Flight หรือ Transfer
เดินตามป้ายไป --->
ตรวจ security ---> เช็คหมายเลขเกท --->
เดินตามป้ายที่ชี้ไปเกทที่เราต้องไป
ที่ญี่ปุ่น ป้ายไปต่อเครื่องระหว่างประเทศจะเป็นลูกศร สีเขียว เดินตามลูกศรสีเขียว
(ดูป้ายอีกทีให้แน่ใจ)
ที่สนามบินนาริตะ ญี่ปุ่น มี2 Terminal บางคนอาจลงเครื่องที่ Terminal2 แล้วต้องไปต่อเครื่องที่Terminal1
หลังจากได้ตั๋วมาตอนเช็คอิน ตรวจสอบรายละเอียดในตั๋วด้วย ว่าไฟล์ทเรา ลงที่Terminalอะไร
และไฟล์ทต่อไป Terminal อะไร
ส่วนใหญ่จะเป็น Terminalเดียวกัน ไม่ต้องเปลี่ยนTerminal
แต่ก็เช็คเพื่อความแน่ใจ เพราะไม่ใช่Terminalเดียวกันเสมอไป
สนามบินญี่ปุ่นมีห้องอาบน้ำอยู่ชั้น2 เสียค่าบริการ
( สนามบินเกาหลี มีห้องอาบน้ำอยู่ชั้น2 ฟรี )
Tuesday, August 5, 2014
วันนี้ได้รู้จัก พืชยืนต้น กับพืชฤดูเดียว
โอ้ท แนะนำเรื่องดอกไม้ ว่า perennialอายุยืน
เลยได้หาข้อมูลว่า มีอะไรบ้าง
เพราะกำลังสนใจจะไปหาซื้อดอกไม้ที่คงทน อยู่ได้นานๆ
ก็เลยหาคำตอบเพิ่ม
ได้คำตอบว่า พีเรนเนียล นี่มันไม่ใช่ชื่อดอกไม้ตามเราเข้าใจทีแรกนะ
มันเป็นชื่อกลุ่ม พืชที่มีชีวิตยืน ภาษาไทย ใช้คำว่า พืชยืนต้น
มีชีวิตมากกว่า 2 ปี มีทั้งพืชใบ พืชดอก พืช สมุนไพร
มันอาจดูไม่โสภา มีแต่ใบ เมื่อไม่ใช่ ฤดูของมัน พอถึงฤดูมัน มันจะกลับมาออกดอกใหม่
เราไม่รู้มาก่อน มาบ้านหลังนี้เอาออกไปเยอะแระ
ตัวอย่างไม้ดอก กลุ่มนี้ เช่น lily , lavender , veronica , hydrangea
กุหลาบก็ใช่ (มิน่ากุหลาบที่บ้านไม่ได้รดน้ำ ท๊น ทน )
ทิวลิป ก็ใช่แต่ขึ้นอยู่กับดินและอุณหภูมิด้วย
และอื่นๆ อีกมายที่เราไม่รู้จัก แต่ เห็นรูปแล้วจำได้ว่าเจอวางขายตามห้างเยอะมาก
พอรู้จักคำนี้ปั๊บ วันนี้ไปดูที่ lowe's
อ้าว เค้ามีป้ายเขียนชัดมาก ว่ากลุ่ม นี้คือกลุ่ม perennial
เขียนตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ยะ
ไปทุกอาทิตย์ไม่เคยสังเกตเลย
ทีนี้ก็ง่ายละ ถึงไม่รู้จักว่ากลุ่มนี้มีอะไรบ้างก็ไปซื้อได้
ไปหาตามป้ายที่เขียนว่า perennial เลย ได้ดอกไม้ทนทานอยู่นานแน่
ในป้ายมีเขียนบอกไว้ว่า You plant once, it will come back every year.
เอ ก่อนหน้านี้ทำไมไม่เคยสังเกตเห็นเลย ไม่งั้นก็ก็เข้าใจไปนานละ ไม่ต้องไปถามใคร
ที่ป้ายมีเขียนรับประกันด้วยถ้าอยู่นานไม่ ถึงหนึ่งปี สองปี ( แล้วแต่ชนิด ) รับเงินคืนได้เลย
เดินดูไปเรื่อยๆ
เอ โซนนี้เขียน perennial อีกโซนทำไม เขียน annual
ต่างกันยังไง
เดาว่า มันน่าจะบอกเหมือนกัน ตรงที่ว่าเป็นการบอกอายุของต้นไม้
เพราะดูหน้าตาดอกไม้แล้ว annual นี่ท่าทางจะบอบบาง ตายง่ายกว่า
กลับมาบ้านก็มาหาคำตอบให้หายสงสัย ว่ามันคืออะไร
annual นี่คือ พืชที่ มีวงจรชีวิต ใน 1 ปี
พอรู้จักคำนี้ปั๊บ วันนี้ไปดูที่ lowe's
อ้าว เค้ามีป้ายเขียนชัดมาก ว่ากลุ่ม นี้คือกลุ่ม perennial
เขียนตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ยะ
ไปทุกอาทิตย์ไม่เคยสังเกตเลย
ทีนี้ก็ง่ายละ ถึงไม่รู้จักว่ากลุ่มนี้มีอะไรบ้างก็ไปซื้อได้
ไปหาตามป้ายที่เขียนว่า perennial เลย ได้ดอกไม้ทนทานอยู่นานแน่
ในป้ายมีเขียนบอกไว้ว่า You plant once, it will come back every year.
เอ ก่อนหน้านี้ทำไมไม่เคยสังเกตเห็นเลย ไม่งั้นก็ก็เข้าใจไปนานละ ไม่ต้องไปถามใคร
ที่ป้ายมีเขียนรับประกันด้วยถ้าอยู่นานไม่ ถึงหนึ่งปี สองปี ( แล้วแต่ชนิด ) รับเงินคืนได้เลย
เดินดูไปเรื่อยๆ
เอ โซนนี้เขียน perennial อีกโซนทำไม เขียน annual
ต่างกันยังไง
เดาว่า มันน่าจะบอกเหมือนกัน ตรงที่ว่าเป็นการบอกอายุของต้นไม้
เพราะดูหน้าตาดอกไม้แล้ว annual นี่ท่าทางจะบอบบาง ตายง่ายกว่า
กลับมาบ้านก็มาหาคำตอบให้หายสงสัย ว่ามันคืออะไร
annual นี่คือ พืชที่ มีวงจรชีวิต ใน 1 ปี
ภาษาไทย ใช้คำว่า พืชฤดูเดียว หรือพืชปีเดียว หรือพืชล้มลุก คือ พีชที่ขึ้นแล้วก็ตายง่าย
( annual หมายถึง ประจำปี , ปีละครั้ง )
พอครบรอบอายุขัยมัน ก็จะแห้งเหี่ยตาย
ไม่กลับมาออกดอกสดใสในรอบปีถัดไป อย่างกะ perennial
กลุ่ม annuals นี้ จะมีแบบ summer annuals และ winter annuals
ถึงฤดูของมันก็ออกดอกสดใส หมดฤดูก็แห้งเหี่ยวตาย
ราคาพวกนี้ก็จะถูกกว่า perenialเพราะอยู่ได้ไม่นาน
เรื่องธรรมดา พื้นๆ สำหรับคนรักดอกไม้ต้นไม้
แต่เราพึ่งรู้ ดีใจนะเนี่ยะที่รู้
( annual หมายถึง ประจำปี , ปีละครั้ง )
พอครบรอบอายุขัยมัน ก็จะแห้งเหี่ยตาย
ไม่กลับมาออกดอกสดใสในรอบปีถัดไป อย่างกะ perennial
กลุ่ม annuals นี้ จะมีแบบ summer annuals และ winter annuals
ถึงฤดูของมันก็ออกดอกสดใส หมดฤดูก็แห้งเหี่ยวตาย
ราคาพวกนี้ก็จะถูกกว่า perenialเพราะอยู่ได้ไม่นาน
เรื่องธรรมดา พื้นๆ สำหรับคนรักดอกไม้ต้นไม้
แต่เราพึ่งรู้ ดีใจนะเนี่ยะที่รู้
เวลาไปเลือกซื้อดอกไม้ ตอนนี้ก็รู้ละ จะได้หาดูตามป้ายว่าอยากได้แบบไหน
ไม่ต้องรู้จักดอกไม้มาก่อนก็เลือกซื้อได้ตามที่เราต้องการ โดยอาศัยป้าย
นี่ตัวอย่างParennial ที่เราซื้อมา
ไม่ต้องรู้จักดอกไม้มาก่อนก็เลือกซื้อได้ตามที่เราต้องการ โดยอาศัยป้าย
นี่ตัวอย่างParennial ที่เราซื้อมา
Lily
ขอบคุณโอ้ทที่แนะนำคำศัพท์ใหม่ให้
สบายเลยทีนี้ ไปเลือกซื้อสนุกเลย
หมายเหตุ
ใรคมีคำถามเรื่องวีซ่า ติดต่อได้ ทาง Email ใน contact form ขวามือล่างๆนะจ้ะ
ช่วงนี้ไม่ค่อยได้เข้ามาในนี้
ไม่ค่อยเห็นข้อความที่ฝากทิ้งไว้ในหัวข้อเก่าๆน่ะ
Wednesday, July 30, 2014
มาแว๊ววววว
โอ๊ย ยุ่งมากจ้า
ลืมบล็อคไปเลย
วันนี้พึ่งส่งกุญแจบ้านเช่าคืน เลยพัก นั่งหายใจทิ้งเล่น
และคิดได้ว่าลืมบล็อคไปเลย
ไม่เขียนนานมากกกกกกก
ตอนนี้ย้ายมาอยู่บ้านที่พึ่งซื้อ มือสองจ้ะ
เดี๋ยวมาเล่านะ
จะไปรดน้ำต้นไม้ก่อน
ที่บ้านเจ้าของเดิมปลูกดอกไม้ไว้เยอะมาก ไม่มีใครรดน้ำมานานมาก ดีที่มันแข็งแรง ไม่ตาย
เดี๋ยวจะมาทยอยลงรูปนะ
ลืมบล็อคไปเลย
วันนี้พึ่งส่งกุญแจบ้านเช่าคืน เลยพัก นั่งหายใจทิ้งเล่น
และคิดได้ว่าลืมบล็อคไปเลย
ไม่เขียนนานมากกกกกกก
ตอนนี้ย้ายมาอยู่บ้านที่พึ่งซื้อ มือสองจ้ะ
เดี๋ยวมาเล่านะ
จะไปรดน้ำต้นไม้ก่อน
ที่บ้านเจ้าของเดิมปลูกดอกไม้ไว้เยอะมาก ไม่มีใครรดน้ำมานานมาก ดีที่มันแข็งแรง ไม่ตาย
เดี๋ยวจะมาทยอยลงรูปนะ
Tuesday, June 24, 2014
ระบบท่อบำบัดน้ำเสีย ในบ้านที่อเมริกา
หาขัอมูลบ้านตามweb โฆษณาขายบ้านต่างๆ
เจอข้อมูลที่บอกไว้ในรายละเอียดของบ้านว่า
Sewer connected
เลยสงสัยว่าคืออะไร ทำไมต้องบอกด้วย
รู้แล้วเราต้องทำอะไรต่อเหรอ ดีหรือไม่ดีที่จะเลือกบ้านนั้น
เลยหาคำตอบว่าคำนี้ หมายถึงอะไร
เจอว่ามันคือระบบ ของท่อระบายของเสียน้ำเสียระบุไว้ให้รู้ว่าเป็นแบบไหน
เวลาเลือกซื้อบ้านบางคนคำนึงถึงข้อนี้ด้วย
ระบบท่อระบายน้ำเป็นแบบไหน จะเลือกเอาบ้านระบบแบบไหน
อย่างน้อยก็เป็นข้อมูลให้รู้ว่า เมื่อได้บ้านหลังนี้มาแล้ว เราจะต้องดูและระบบนี้อย่างไร ข่ายรายเดือน หรือดูแลเอง
ระบบท่อระบายน้ำเสียที่นี่มี2ระบบ
1. Septic sewer
2. Connected public หรือ Public sewer
Septic เป็นแบบวางท่อต่อแท็งค์เก็บในบ้าน ถึงวันแท็งค์เต็มเจ้าของบ้านต้องจัดการ การใช้งานต้องคำนึงถึงปริมาณน้ำที่ใช้ไปแต่ละครั้ง ใช้มากก็เต็มเร็ว ต้องจัดการเร็วถ้าดูแลใช้งานแบบระมัดระวัง ไม่ทิ้งสะสาร สิ่งของสารละลาย สารเคมีที่ไม่ควรใส่ลงไปในท่อน้ำทิ้งต่างๆ ก็ใช้ไปได้นาน
Connected Public ก็ตรงตัวต่อท่อไปยังส่วนกลาง เจ้าของบ้านไม่ต้องดูจัดการ ระบบส่วนกลางจะจัดการดูแลระบบให้ทำงานต่อเนื่องปกติไม่มีปัญหา
ดูเหมือน แบบที่2จะสะดวกกว่า ใช้อย่างเดียว
แต่ข้อ2มีค่าใช้จ่ายสำหรับอำนวยความสะดวก ต้องจ่ายทุกเดือนไปตลอดที่ครอบครองบ้าน อยู่อาศัยบ้านหลังนั้น
ลองสังเกตุในบิลบ้านที่เราอยู่นะคะ
แต่ละเดือน นอกจากมีค่าน้ำ ค่าไฟแล้ว บางบ้านมีค่า sewerด้วย
บางบ้านไม่มี
ค่าsewerนี้ไม่เกี่ยวกับค่าน้ำที่ใช้ในบ้าน
ถ้าเป็นบ้านในเมือง มีทางเดินท่อให้ต่อไปถึงบ้านสะดวก
บ้านส่วนใหญ่ก็จะเป็นแบบต่อท่อไปส่วนกลางหรือ Connected public
แต่บ้านไหนมีท่อส่วนกลางไปถึงได้แต่พอใจจะทำแบบSepticคือไม่ต่อท่อส่วนกลางเพราะไม่อยากเสียรายเดือนก็ได้
ส่วนบ้านที่อยู่ไกลจากตัวเมืองหรือไกลจากทางเดินท่อ
ไม่มีตัวเลือก ต้องทำแบบSepticเท่านั้น
ไม่ต้องจ่ายรายเดือน แต่ต้องจ่ายเวลามีการจัดการเมื่อมีปัญหา
บางบ้านในเมืองแต่สร้างบ้านมานานแล้วก่อนมีระบบท่อส่วนกลางมา บ้านนั้นก็จะวางท่อแบบSeptic
บางบ้านสามารถใช้ไปได้ถึง10ปีถึงต้องจัดการที เสียเงินที
บางบ้านจัดการทุก3-5 ปี ขึ้นอยู่พฤติกรรมการใช้น้ำ การดูแลทำนุบำรุงหรือการmaintain ระบบ sewer ของครอบครัวนั้น
ถ้าดูแลดี ก็ลดรายจ่ายได้เยอะเลย
ถ้าเป็นระบบConnected public ไม่ต้องคอยกังวลเรื่องนี้แต่จ่ายรายเดือนทุกเดือนไปตลอด เดือนละ30-60 หรือมากกว่านี้แล้วแต่ระเบียบและเศรษฐกิจเมืองนั้น
ที่้เราเช่าอยู่จ่ายเดือนละ 47x12 เดือน = 564 $
10ปี = 5640$
แต่ในบ้านที่ใช้ระบบSepticและอยู่ได้นานถึง10ปี จะจ่าย ประมาณ1,000$ ต่อ10ปี
เพราะฉะนั้นทั้งสองระบบมีข้อดีข้อเสียแล้วแต่เราสะดวกอยากได้บ้านแบบไหน
ตอนเลือกดูบ้านพิจารณาคำนี้ไปด้วยค่ะว่าเราสะดวกที่จะดูแลเองไม๊ หรือเลี่ยงบ้านที่ต้องดูแลระบบนี้เองยอมจ่ายรายเดือนดีกว่า
แต่ถ้าอยากอยู่แบบธรรมชาติไกลๆจากในเมืองก็บ้านน่าจะเป็นแบบSeptic ที่ต้องดูแลเองเท่านั้น ไม่มีท่อของpublicมาให้เลือก
ถ้าได้บ้านที่เป็นระบบต้องดูแลเอง ก็ต้องดูแลเปลี่ยนก่อนเต็มใช้งานไม่ได้ค่ะ ถ้าไปเปลี่ยนตอนมันเต็มมีปัญหาขึ้นมาแล้วก็จะส่งมลภาวะทางกลิ่นไปรอบบ้าน และอาจไปถึงบ้านใกล้เคียง
คนที่มีบ้านแล้ว ลองดูใบรายการ utility bill บ้านตัวเองดูนะ
มีรายการที่จะต้องจ่ายนี้หรือเปล่า ระบบsewerของบ้านเป็นระบบอะไร
ความรู้เล็กๆน้อยเผื่อวันหนึ่งข้างหน้าต้องดูแลเรื่องบิลด้วยตัวเอง หรือดูแลบ้านด้วยตัวเอง :)
http://inspectapedia.com/septic/Septic_or_Sewer.htm
บล็อคเขียนเรื่องราววีซ่าอเมริกา รวมเรื่องราวเริ่มต้นในอเมริกา พาเที่ยว เวลากลับไทย https://visapapai.com
กดไลค์เพจ https://www.facebook.com/jjparewa/ ติดตามข้อมูลนะจ้ะ
Monday, June 16, 2014
May : ที่ใช้ในความหมายถามเชิงขออนุญาต ใช้ในการขออนุญาตให้ตัวเองเท่านั้นนะจ้ะ
ตอนเรียนภาษาที่นี่ คุณครูบอกว่า การใช้ May ในประโยคเชิงขออนุญาต ใช้ กับประธานคือ ตัวเองเท่านั้น ไม่ได้บอกเหตุผลว่าทำไม
บอกว่าเค้าใช้กันแบบนี้
มันก็จริงนะ ถ้าใช้ขออนุญาตให้คนอื่นมันแปลกๆน่ะ
May you borrow my money? เธอจะยืมเงินชั้นได้หรือเปล่า มันดูแปลกๆเนาะ
ถ้าใช้กับตัวเอง May I borrow you some money ? อันนี้ดูปกติดีกว่าถามให้คนอื่นจริงๆแหละ
ปล. อนุญาต ไม่มีสระอินะประชาชนชาวไทย
โดยเฉพาะแม่ค้าในไอจี ขออนุญาติขายของประจำ~_~'
ไม่ต้องใส่สระอิน๊า
จำว่าต่างกับญาติจ้ะ
ญาติมันสั้นเลยเติมสระอิ
แต่อนุญาตยาวแล้ว ไม่ต้องใส่สระอิไปอีก
นะจ้ะ
Friday, June 13, 2014
Adjetive กับ Adverb คืออะไร จำไม่ได้ซักที
เผื่อเอาไปสอนลูกสอนหลานนะจ้ะ
adverb กับ adjective มีเพื่อนๆบ่นว่าสับสนทุกทีว่าคำไหนคืออะไร
adverb กับ adjective อยู่ในส่วนของคำว่า Parts of Speech
คือรูปประโยคจะประกอบด้วยคำเหล่านี้ มี 8 กลุ่มคำ
adjective กับ adverb เป็น 2 กลุ่มคำ ในทั้งหมด 8กลุ่มคำ
ตอนมาเรียนภาษาที่นี่ สิ่งแรกที่เริ่มเรียนคือต้องรู้จักว่า Parts of Speech มีอะไรบ้าง
เรียนที่ไทยมาตั้งนานเราจำไม่ได้ มาเรียนที่นี่จำได้ คงเพราะเราได้เอามาใช้น่ะ
เลยเอามาบอกต่อ ในเรื่องง่ายๆ ว่าเรามีหลักการจำยังไง เผื่อเอาไปสอนลูกสอนหลานนะ :)
จากประสบการณ์เราเอง ไม่ได้เก่งมากมายนะ
อธิบายในเรื่องที่ตัวเองเคยจำไม่ได้
พอจำได้มากขึ้นก็เลยเอามาฝากว่าเราจำยังไง
adverb กับ adjective มีเพื่อนๆบ่นว่าสับสนทุกทีว่าคำไหนคืออะไร
adverb กับ adjective อยู่ในส่วนของคำว่า Parts of Speech
คือรูปประโยคจะประกอบด้วยคำเหล่านี้ มี 8 กลุ่มคำ
adjective กับ adverb เป็น 2 กลุ่มคำ ในทั้งหมด 8กลุ่มคำ
ตอนมาเรียนภาษาที่นี่ สิ่งแรกที่เริ่มเรียนคือต้องรู้จักว่า Parts of Speech มีอะไรบ้าง
เรียนที่ไทยมาตั้งนานเราจำไม่ได้ มาเรียนที่นี่จำได้ คงเพราะเราได้เอามาใช้น่ะ
เลยเอามาบอกต่อ ในเรื่องง่ายๆ ว่าเรามีหลักการจำยังไง เผื่อเอาไปสอนลูกสอนหลานนะ :)
จากประสบการณ์เราเอง ไม่ได้เก่งมากมายนะ
อธิบายในเรื่องที่ตัวเองเคยจำไม่ได้
พอจำได้มากขึ้นก็เลยเอามาฝากว่าเราจำยังไง
Subscribe to:
Posts (Atom)
โอนเงินจากอเมริกาไปไทย โดยใช้บริการ MoneyGram หรือทางไหนดี
ส่งเงินจากอเมริกา ไปไทย ที่ไหน ทางไหนเรทดี ? คนมาอยู่อเมริกาคงมีคำถามนี้กันเนาะ วันนี้ยกตัวอย่างบางช่องทางนะคะ เราถนัด MoneyGram เพราะสะ...
-
I-94 คืออะไร https://help.cbp.gov/…/det…/a_id/880/~/definition-of-an-i-94 I-94 คือ ชื่อเรียกของ ระบบ การบันทึก การเข้าออก อ...
-
อาทิตย์นี้เรียน เรื่อง Adjectives ย้อนไป พื้นฐานโครงสร้างภาษาอังกฤษเลย adjective คืิอหนึ่งใน โครงสร้าง ประโยค อังกฤษน่ะ Adjectives คือ คำ...
-
ส่งเงินจากอเมริกา ไปไทย ที่ไหน ทางไหนเรทดี ? คนมาอยู่อเมริกาคงมีคำถามนี้กันเนาะ วันนี้ยกตัวอย่างบางช่องทางนะคะ เราถนัด MoneyGram เพราะสะ...






