Sunday, February 1, 2015

ประสบการณ์เดินทางกลับจากไทยมาอเมริกา ตม.Seattle

 
เดินทางกลับด้วยสายการบินDelta
เค้าเตอร์N

ขั้นตอนเหมือนเดิม
...
ขาไปเช็คอินกระเป๋าฟรีได้1กระเป๋า
ขามาจากไทยฟรี2กระเป๋า

แปลกดี จนท.บอกว่าแล้วแต่โปรโมชั่น ขนาดจนท.อธิบายมาเป็นไทยนะเรายังงงๆเลย

สิ่งที่เปลี่ยนจากการกลับไทยครั้งที่แล้วคือ

รอบนี้เนทฟรีที่สนามบินใช้ได้2ชม. ปีที่แล้วใช้ได้ชม.เดียว
(ลงทะเบียนขอใช้ได้ที่เคาเตอร์ตรงทางออกจากตรวจ security ก่อนมองหาป้ายบอกทางไปเกทต่างๆ )


 มาถึงอเมริกา

มีการเปลี่ยนแปลงเรื่องใบ declaration form
ตอนพนักงานบนเครื่องบินแจก
บอกว่าสำหรับคนที่ไม่ได้ถือพาสปอร์ตอเมริกันและแคนาเดี่ยน
ตอนได้ยินเรายังเข้าใจว่าพนักงงานบอกผิดนะ เพราะแต่ก่อน ทุกคนต้องกรอกแบบฟอร์มนี้

ตามที่พนักงงานบอก ถ้ามีพาสปอร์ตอเมริกันไม่ต้องรับแบบฟอร์มนี้ไปกรอก
แต่เราคิดว่าพนักงงานบอกผิดมั้งเลยเอามาเขียนเหมือนทุกครั้ง

แต่ก่อนเครื่องลงจอดมีประกาศออกเสียงตามสายว่าไม่ต้องจริงๆ เพื่อลดการใช้กระดาษ เราเลยใส่ไวเในกระเป๋าไม่ได้หยิบออกมาใชั

พอมาถึง immigration ตรงpassport control

มองไปเห็นว่า แถวของ US Citizen , Canadian, Permanent Resident ต้องไปทำอะไรซักอย่างกับเครื่องอัตโนมัติ

จะทำเป็นไม๊เนี่ยะ

สรุปทำไม่เป็นจริงๆ

มีคำอธิบายแต่ไม่เคลียร์

ต้องเอาพาสปอร์ตใส่ไปในเครื่อง
ไม่มีลูกศรชี้ว่าใส่ตรงไหน
คว่ำหน้า หรือหงาย พาสปอร์ตก็ไม่บอก

เราเลยพึ่งจนท.บอกว่าไม่รู้ว่าต้องทำไง
จนท.ทำให้ จดหน้าจอจิ้ม ไปเร็วมาก อ่านตามไม่ทันเลย
แล้วจะมีคำถามขึ้นมาถามให้เราตอบ yes หรือ no
จนท.ปล่อยให้เราทำต่อ

ทำเสร็จ ไม่มีอะไรเกิดขึ้น หน้าจอบอกให้ใส่พาสปอร์ตเล่มต่อไป

แต่เห็นคนอื่นๆเค้าได้ใบอะไรก็ไม่รู้ปรินส์ออกมา มีช่องเขีบนว่ารับใบReceipt แต่ทำไมไม่มีอะไรออกมาล่ะ

พึ่งจนท.อีก

จนท.มาดูให้ บอกต้องกด Go back
กรณีที่จะใส่พาสปอร์ตเล่มต่อไปคือ คนที่มีคนเดินทางเข้ามาด้วยกัน ทำพร้อมกัน
ถ้าจนท.ไม่บอกเราก็คงไม่รู้อ่ะว่าต้องกด Go back แล้วกดอะไรอีกจำไม่ได้ละ จนท.ทำให้เร็วมาก
อ๊อมีถ่ายรูปด้วย

ได้ใบReceipt ออกมา เดินไปต่อแถวรอยื่นพาสปิร์ตกับใบReceipt ให้จนท.

จนท.ถามมา1ประโยค ฟังไม่ทัน คิดว่าเค้าคงพึมพำอะไรมาก ยื่นหน้าให้เช็คเพราะเห็นว่าเค้าส่องรูปกับหน้าเรา

จนท.เลยถามใหม่ Where ชัดๆ ลากเสียงเข้มๆ have you been?
อ๋อๆๆๆThailand จ้ะ  คิดว่า กล่าวต้อนรับน๊อ เลยไม่ตอบ มาอยู่สี่ปีกว่า แค่นี้ยังฟังไม่ออกเหมือนเดิม^_^

แค่นั้นเรียบร้อยไปรับกระเป๋าได้

ได้กระเป๋ามาเดินไปต่อแถวตรวจCustom
จนท.รอรับใบReceipt แล้วก็บอกว่าไปได้

ง่ายแท้ :) แต่ก่อนตรวจถามเยอะมาก

ขนเมล็ดพืชมาด้วย น้ำจิ้มข้าวมันไก่ก็มี พกมาเป็นขวดแก้วเลย หมอนึ่งแบบซึงอย่างใหญ่ก็มี ไม่เปิดตรวจหน่อยเหรอ^^

แต่ก็ดีแล้วไม่ต้องอธิบายยา





 

Thursday, November 20, 2014

โอนเงิน Paypal ไปไทย ค่าธรรมเนียม

โอนเงิน Paypal ไปไทย ค่าธรรมเนียมเท่าไหร่ ???


ค่าธรรมเนียมการโอนเงิน ขึ้นอยู่กับว่า บัญชีปลายทางเป็นบัญชีเพพาลที่ผูกกับธนาคาร กรุงเทพ หรือบัญชีธนาคารอื่นๆ 
1.ถ้าเป็นPaypalธนาคารกรุงเทพ ไม่มีค่าธรรมเนียมโอนให้กับPaypal
เพราะธนาคารกรุงเทพมีสาขาในอเมริกา ถือว่าเป็นการโอนเPaypalภายในประเทศ
แต่จะถูกหักค่าบริการ จากธนาคารกรุงเทพอเมริกาในการโอนจากธนาคารกรุงเทพอเมริกามากรุงเทพไทย ตามยอดเงินที่โอน
< $50 : ฟรี ,
$100.01 – $2,000 : $5


และ กรุงเทพไทยคิดค่ารับเงินในแต่ละครั้ง 0.25% ของยอดเงินบาท ขั้นต่ำอยู่ที่ 200 บาท แต่ไม่เกิน 500 บาท



อัตราแลกเปลี่ยนที่ได้คิดตามค่าธรรมเนียมแลกเปลี่ยนธนาคารกรุงเทพ




2.แต่ถ้าโอนเข้าPaypalที่ผูกบัญชีกับธนาคารไทยอื่นๆ
ค่าโอน ทุก 100 $ มีค่าโอน 0.5$  ไม่มีค่าธรรมเนียมรับ
มีค่าธรรเมนียมที่อาจเรียกว่าค่าธรรมเนียมรับ
(แต่จริงๆแล้วเป็นค่าธรรมเนียมการถอนเงิน)
ถ้ายอดเงินที่ทางไทยถอนเงินออกจากบัญชี Paypal < 5,000 บาท  คืดค่าธรรมเนียม 50 บาท


อัตราแลกเปลี่ยนจะได้ตามอัตราแลกเปลี่ยน Paypal  ช่วง นี้  31 กว่า  ( Feb 2015)
ต่ำกว่าอัตราแลกเปลี่ยนธนาคารทั่วไป นี่คือกำไรที่Paypalจะได้ 


อัตราแลกเปลี่ยนต่ำกว่าอัตราแลกเปลี่ยนธนาคารทั่วไป แต่ ค่าธรรมเนียมถูกกว่ามาก (ในการณีโอนเงินไม่เกิน ประมาณ 400 กว่า -500)
ถ้าโอนไม่เกินนี้ โอนเข้าบัญชีเพพาลธนาคารอื่นๆที่ไม่ใช่ธนาคารกรุงเทพจะได้ยอดรับดีกว่าโอนเข้าเพพาลที่ผูกกับธนาคารกรุงเทพ






แต่ถ้ายอดโอนมากกว่า 500$ โอนเข้าเพพาลที่ผูกกับบัญชีธนาคารกรุงเทพดีกว่า 
เพราะยิ่งตัวเลขมาก ก็ยิ่งมีผลต่อยอดเงินที่จะถูกหักไปเป็นกำไรของPaypal
เราคนส่งเงินวิธีนี้อาจดูว่า จ่ายค่าธรรมเนียมน้อย แต่คนรับอาจได้ยอดเงินไม่ดีเทียบกับส่งทางอื่น  ขึ้นอยู่กับยอดเงินที่ต้องการส่ง






เช็คอัตราแลกเปลี่ยนอีกทีก่อนโอนนะจ้ะ
ข้อมูลที่ให้อาจเปลี่ยนแปลงได้










ส่วนการโอนเงิน จากไทยมาอเมริกา
อาจใช้วิธีการโอนเองออนไลน์อัตโนมัติ
แต่ต้องการทำลงทะเบียนก่อน โดยการเอาข้อมูลบัญชีธนาคารอเมริกา ที่เราต้องการโอนไปติดต่อธนาคารที่เรามีบัญชีไทยอยู่
(ที่เราไปติดต่อเพิ่มบัญชีไว้ให้โอนเองon line ได้ เราทำกับ ธนาคารกรุงไทยและธนาคารกรุงเทพ )


หลังจากนั้น เราจะมาโอนเอง ได้ ในระบบออนไลน์




หรืออีกวิธีหนึ่ง หากไม่สะดวก ทำเอง on line
ไปที่ธนาคาร  แจ้งขอโอนเงินไปต่างประเทศโดยผ่าน SWIFT CODE
ให้จนท.จัดการให้
จนท.จะถาม ความสัมพันธ์กับผู้รับ  จุดประสงค์การโอนเงิน โอนไปเพื่ออะไร
ค่าธรรมเนียมอาจเยอะ แต่ถ้ายอดเงินที่โอนเยอะๆ ใช้วิธีนี้คุ้ม






การโอนเงินจาก Paypal ไทย มา Paypal อเมริกา จะต้องโอนโดยหักเงินผ่านบัตรเครดิต มีค่าธรรมเนียมการจ่ายผ่านบัตรเครดิต



อ่าน เรื่อง ค่าธรรมเนียม Paypal ที่เคยเขียนไว้ คลิ๊ก







Tuesday, November 18, 2014

เครื่องตรวจพาสปอร์ตและGreen card อัตโนมัติ ณ ตม.อเมริกา

สำหรับผู้ที่ถือUS passportไม่ต้องเขีบนใบดีแคล์แล้วนะจ้ะ
ผู้ถือกรีนการ์ดไม่ต้องเขียนเช่นเดียวกัน

ต้องตรวจUS พาสปอร์ตและกรีนการ์ดที่เครื่องอัตโนมัติเหมือนกัน

วีซ่าท่องเที่ยวยังต้องเขียนใบดีแคล์เหมือนเดิม...

เราเดินทางเข้าอเมริกาครั้งนี้ ง่ายกว่าเดิมมาก

จนท.ถามคำถามเดียวว่าไปไหนม

(เรากดตอบคำถามเรื่องของที่เอามากับเครื่งอัตโนมัติด้วยตัวเอง ไม่กี่คำถาม )

ปกติก่อนหน้านี้ที่Seattleจะแยกช่อง US passportกับgreen card
แต่ครั้งนี้ US passport, Canadian passport และGreen card คือผู้ที่ไม่ต้องใช้วีซ่าอยู่ช่องเดียวกันหมด
วีซ่าท่องเที่ยวและวีซ่าอื่นๆแยกต่างหาก
สำหรับผู้ที่ถือกรีนการ์ด ที่ Seattle ต่อแถวรอตรวจกรีนการ์ดรวมกับ US passport
พอถึงคิวตอนเราทำ ที่หน้าจอจะบอกว่าให้ scan US passport หรือGreen card ที่ช่อง
ถ้าไม่แน่ใจเอาด้านไหนเข้า ขอให้จนท.ช่วย จะมีจนท.คอยช่วยอยู่ 
ทำเสร็จต้องได้ใบReceipt ถ้ายังไม่ได้แสดงว่าทำยังไม่เสร็จขั้นตอน


Saturday, September 20, 2014

เล่าเรื่องเรียนภาษาที่นี่


เล่าถึงประสบการณ์เริ่มต้นเรียนESL
ออกเสียงภาษาอังกฤษไม่ดีนะ
กำลังพยายามปรับปรุงอยู่
แต่เรื่องนี้แก้ยากละ
ดูที่สาระที่เอามาฝากละกันเนาะ...
สำหรับบางคนที่ไม่มีโอกาสไปเรียนในห้องอยากทบทวนตัวเองไม่รู้จะเริ่มที่ไหนดี
อาจได้แนวทางไปบ้าง
วีดีโอไม่สวย เพราะทำสวยงามไม่เป็นและไม่ได้มีเวลามาก

อัดยาวทีเดียวเลย แต่งเติมไม่เป็น
^^



http://youtu.be/PQIa8sEABgY

Sunday, September 7, 2014

เดินทางกลับไทย ต่อเครื่องที่ญี่ปุ่น สนามบิน นาริตะ

ประสบการณ์เดินทางกลับไทยคนเดียว
ตอนกลับครั้งแรกมีคนที่รู้จักแนะนำมาแบบละเอียดมาก เราเดินตามโพยที่เอาติดตัวไปด้วย
หลังเดินทางถึงที่หมายเรียบร้อยดี เลยสรุปจากประสบการณ์ตัวเองไว้บ้าง
เผื่อว่าจะเป็นประโยชน์กับคนอื่น
และเอาไว้ติวตัวเองทุกครั้งก่อนเดินทางแต่ละครั้งด้วย

หลังจากเช็คอิน เช็คกระเป๋าเรียบร้อยแล้ว 
เตรียมตัวเข้าไปด้านในที่ญาติเข้าไปด้วยไม่ได้
ถือสัมภาระที่จะถือติดตัวขึ้นเครื่องเตรียมเข้าช่องตรวจสอบ security 

● ตรวจสอบ security ก่อนจะเข้าไปด้านในเกท
ก่อนตรวจ ยื่น พาสปอร์ต ID card ให้จนท. เตรียมเอาสัมภาระที่ถือขึ้นเครื่องเข้าเครื่อง scan  
ที่อเมริกา ต้องถอดรองเท้าด้วย ที่ญุ่ปุ่นและไทยไม่ต้อง ถอดแจ็คเกต 


●ถ้ามีคอมต้องเอาออกจากกระเป๋า มาวางในตะกร้า อันเดียว   ของอย่างอื่น ใส่รวมกันในตะกร้าอีกอัน
ถ้าเป็น เป้ใหญ่ๆ หรือกระเป๋าลาก ดันเข้าไปในช่องสแกนเลย ไม่ต้องใส่ตะกร้า  


การต่อเครื่องระหว่างประเทศ
ออกจากเครื่องมา มองหาป้าย International Connecting Flight หรือ Transfer 
ออกมาจากงวงช้าง ที่ออกจากเครื่องจะเลี้ยวซ้ายหรือขวา แล้ว แต่เครื่องเราจอดฝั่งไหน  ให้ดูว่าไปทางไหน ตามป้ายที่บอก


ถึงห้องตรวจ security เตรียมตรวจ security
ขั้นตอนนี้ เตรียม พาสปอร์ตและตั๋วเตรียมยื่นให้จนท.ด้วย    ทำเหมือนที่อเมริกา  ถ้ามีคอมเอาออกมา   ไม่ต้องถอดรองเท้า  
ออกจากห้องตรวจ security มา    
ถ้าจำไม่ผิด จะต้องลงบันไดเลื่อน  หรือขึ้นนี่แหละ
ไม่ต้องกังวลว่าจะไปผิด  มันเป็นทางบังคับ  ทุกคนเดิน ตามกัน 
พอเดินออกมาจากบันไดเลื่อน มีป้ายมอนิเตอร์ใหญ่ ๆให้ตรวจสอบเกท มี เคาเตอร์ประชาสัมพันธ์
ป้ายจะสลับ ภาษาญุ่ปุ่นกับอังกฤษ เลื่อนไปมา  อาจดูยากหน่อย
ถึงแม้ จะมี บอกเกท มาตั้งแต่ รับตั๋วที่อเมริกาก็ต้องเช็ค อีก   เกท อาจเปลี่ยนได้ 
หรือสอบถามเกทที่เคาเตอร์ประชาสัมพันธ์ หลังจากที่ออกจากบันไดเลื่อน ให้ จนท.เช็คให้ก็ได้



สรุปขั้นตอนต่อเครื่องระหว่างประเทศ


หลักๆ คือ
ออกจากเครื่องดูป้าย International Connecting Flight หรือ Transfer
เดินตามป้ายไป ---> ตรวจ security ---> เช็คหมายเลขเกท ---> เดินตามป้ายที่ชี้ไปเกทที่เราต้องไป

 
ที่ญี่ปุ่น ป้ายไปต่อเครื่องระหว่างประเทศจะเป็นลูกศร สีเขียว เดินตามลูกศรสีเขียว (ดูป้ายอีกทีให้แน่ใจ)

ที่สนามบินนาริตะ ญี่ปุ่น มี2 Terminal บางคนอาจลงเครื่องที่ Terminal2 แล้วต้องไปต่อเครื่องที่Terminal1 
หลังจากได้ตั๋วมาตอนเช็คอิน ตรวจสอบรายละเอียดในตั๋วด้วย ว่าไฟล์ทเรา ลงที่Terminalอะไร 
และไฟล์ทต่อไป  Terminal อะไร
ส่วนใหญ่จะเป็น Terminalเดียวกัน ไม่ต้องเปลี่ยนTerminal
แต่ก็เช็คเพื่อความแน่ใจ เพราะไม่ใช่Terminalเดียวกันเสมอไป

สนามบินญี่ปุ่นมีห้องอาบน้ำอยู่ชั้น2 เสียค่าบริการ

( สนามบินเกาหลี มีห้องอาบน้ำอยู่ชั้น2 ฟรี )

Tuesday, August 5, 2014

วันนี้ได้รู้จัก พืชยืนต้น กับพืชฤดูเดียว

โอ้ท แนะนำเรื่องดอกไม้ ว่า perennialอายุยืน
เลยได้หาข้อมูลว่า มีอะไรบ้าง
เพราะกำลังสนใจจะไปหาซื้อดอกไม้ที่คงทน อยู่ได้นานๆ

 ก็เลยหาคำตอบเพิ่ม

ได้คำตอบว่า พีเรนเนียล นี่มันไม่ใช่ชื่อดอกไม้ตามเราเข้าใจทีแรกนะ
มันเป็นชื่อกลุ่ม พืชที่มีชีวิตยืน ภาษาไทย ใช้คำว่า พืชยืนต้น
มีชีวิตมากกว่า 2 ปี มีทั้งพืชใบ พืชดอก พืช สมุนไพร
มันอาจดูไม่โสภา มีแต่ใบ เมื่อไม่ใช่ ฤดูของมัน พอถึงฤดูมัน มันจะกลับมาออกดอกใหม่

 เราไม่รู้มาก่อน  มาบ้านหลังนี้เอาออกไปเยอะแระ

ตัวอย่างไม้ดอก กลุ่มนี้ เช่น lily , lavender , veronica , hydrangea
กุหลาบก็ใช่ (มิน่ากุหลาบที่บ้านไม่ได้รดน้ำ ท๊น ทน ) 
ทิวลิป ก็ใช่แต่ขึ้นอยู่กับดินและอุณหภูมิด้วย
และอื่นๆ อีกมายที่เราไม่รู้จัก แต่ เห็นรูปแล้วจำได้ว่าเจอวางขายตามห้างเยอะมาก

พอรู้จักคำนี้ปั๊บ วันนี้ไปดูที่ lowe's
อ้าว เค้ามีป้ายเขียนชัดมาก ว่ากลุ่ม นี้คือกลุ่ม perennial
เขียนตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ยะ
ไปทุกอาทิตย์ไม่เคยสังเกตเลย
ทีนี้ก็ง่ายละ ถึงไม่รู้จักว่ากลุ่มนี้มีอะไรบ้างก็ไปซื้อได้

ไปหาตามป้ายที่เขียนว่า perennial เลย ได้ดอกไม้ทนทานอยู่นานแน่
ในป้ายมีเขียนบอกไว้ว่า You plant once, it will come back every year.
เอ ก่อนหน้านี้ทำไมไม่เคยสังเกตเห็นเลย ไม่งั้นก็ก็เข้าใจไปนานละ ไม่ต้องไปถามใคร

ที่ป้ายมีเขียนรับประกันด้วยถ้าอยู่นานไม่ ถึงหนึ่งปี สองปี ( แล้วแต่ชนิด ) รับเงินคืนได้เลย

เดินดูไปเรื่อยๆ

เอ โซนนี้เขียน perennial อีกโซนทำไม เขียน annual
ต่างกันยังไง
เดาว่า มันน่าจะบอกเหมือนกัน ตรงที่ว่าเป็นการบอกอายุของต้นไม้
เพราะดูหน้าตาดอกไม้แล้ว annual นี่ท่าทางจะบอบบาง ตายง่ายกว่า

กลับมาบ้านก็มาหาคำตอบให้หายสงสัย ว่ามันคืออะไร

annual นี่คือ พืชที่ มีวงจรชีวิต ใน 1 ปี
ภาษาไทย  ใช้คำว่า พืชฤดูเดียว หรือพืชปีเดียว หรือพืชล้มลุก คือ พีชที่ขึ้นแล้วก็ตายง่าย
( annual หมายถึง ประจำปี , ปีละครั้ง )
พอครบรอบอายุขัยมัน ก็จะแห้งเหี่ยตาย
ไม่กลับมาออกดอกสดใสในรอบปีถัดไป อย่างกะ perennial

กลุ่ม annuals นี้ จะมีแบบ summer annuals และ winter annuals
ถึงฤดูของมันก็ออกดอกสดใส หมดฤดูก็แห้งเหี่ยวตาย
ราคาพวกนี้ก็จะถูกกว่า perenialเพราะอยู่ได้ไม่นาน

เรื่องธรรมดา พื้นๆ สำหรับคนรักดอกไม้ต้นไม้

แต่เราพึ่งรู้ ดีใจนะเนี่ยะที่รู้
เวลาไปเลือกซื้อดอกไม้ ตอนนี้ก็รู้ละ จะได้หาดูตามป้ายว่าอยากได้แบบไหน
ไม่ต้องรู้จักดอกไม้มาก่อนก็เลือกซื้อได้ตามที่เราต้องการ โดยอาศัยป้าย 

นี่ตัวอย่างParennial ที่เราซื้อมา
Lily
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ขอบคุณโอ้ทที่แนะนำคำศัพท์ใหม่ให้ 
สบายเลยทีนี้ ไปเลือกซื้อสนุกเลย  
 
หมายเหตุ
ใรคมีคำถามเรื่องวีซ่า ติดต่อได้ ทาง Email ใน contact form ขวามือล่างๆนะจ้ะ
 
ช่วงนี้ไม่ค่อยได้เข้ามาในนี้
ไม่ค่อยเห็นข้อความที่ฝากทิ้งไว้ในหัวข้อเก่าๆน่ะ
 
 
 

Wednesday, July 30, 2014

มาแว๊ววววว

โอ๊ย  ยุ่งมากจ้า
ลืมบล็อคไปเลย
วันนี้พึ่งส่งกุญแจบ้านเช่าคืน เลยพัก นั่งหายใจทิ้งเล่น
และคิดได้ว่าลืมบล็อคไปเลย

ไม่เขียนนานมากกกกกกก



ตอนนี้ย้ายมาอยู่บ้านที่พึ่งซื้อ มือสองจ้ะ


เดี๋ยวมาเล่านะ
จะไปรดน้ำต้นไม้ก่อน

ที่บ้านเจ้าของเดิมปลูกดอกไม้ไว้เยอะมาก ไม่มีใครรดน้ำมานานมาก ดีที่มันแข็งแรง ไม่ตาย

เดี๋ยวจะมาทยอยลงรูปนะ





โอนเงินจากอเมริกาไปไทย โดยใช้บริการ MoneyGram หรือทางไหนดี

ส่งเงินจากอเมริกา ไปไทย ที่ไหน ทางไหนเรทดี ? คนมาอยู่อเมริกาคงมีคำถามนี้กันเนาะ วันนี้ยกตัวอย่างบางช่องทางนะคะ เราถนัด MoneyGram เพราะสะ...