Saturday, June 15, 2013

GED Transcript , yhey!! I made it.


หลายๆคน สงสัย GED คืออะไร
 
GED มาจากคำเต็มว่า General Educational Development
 
GED คือใบรับรองเทียบเท่าการจบ High school สำหรับคนที่ไม่ได้เข้าไปนั่งเรียน High school
คล้ายๆ กับสอบ กศน.เอาวุฒิ ม.6 ที่ไทย
สามารถเอาไปใช้ประกอบการสมัครงาน หรือ ศึกษาต่อระดับวิทยาลัย
โดยที่ไม่ได้ผ่านการนั่งเรียนในระดับ High school แต่ไปขอสอบเอาวุฒิเทียบเท่าแทน
 
 
จะได้มาอย่างไร
GED ได้มาจากการสอบทำคะแนนให้ผ่านเกณฑ์
บางที่ที่รับสอบ GED อาจมีข้อกำหนดว่า ต้องเข้าไปนั่งเรียนด้วย
บางที่อาจไม่ต้อง
ที่ที่เราไปสอบนี่เป็น Community College
ไม่จำเป็นต้องผ่านการเข้าไปนั่งเรียน
ถ้าคิดว่าตัวเองพร้อมสอบ ไปขอลงทะเบียน เพื่อสอบได้เลย
แต่ถ้าคิดว่ายังไม่พร้อม อยากทบทวน ก็ลงทะเบียนเรียนก่อน
 
เราลงเรียน 1 คอร์ส  การเรียน GED ที่นี่คือ
การเข้าไปนั่งเรียนในลักษณะการติว แต่ละหัวข้อที่จะสอบ
ในเวลา 1 คอร์ส คือ ประมาณ สองเดือนกว่า หรือ สามเดือน ตามคอร์สการเรียนปกติ
เราไปเรียนประมาณ เดือนเดียวเพราะต้องกลับไทยกระทันหัน
 
ถ้าเรียนครบคอร์ส มีความรู้สึกว่ายังไม่มั่นใจที่จะสอบก็ลงเรียนคอร์สของเทอมใหม่
แต่เนื้อหาการติวจะเหมือนเดิม เพียงแต่เราไปนั่งติวซ้ำในเรื่องเดิมๆ ที่เราคิดว่ายังไม่พร้อมที่จะสอบ
 
ในเรื่องสอบ Writing ถ้าใครมีพื้นฐาน ภาษาอังกฤษและ แกรมม่าค่อนข้างน้อย
การติวสองเดือนอาจยังไม่สามารถช่วยให้สามารถเขียนเรียงความผ่านได้
ก็ลงติวใหม่  ที่เราติว คอร์สละ 25$ เป็นค่า tutor  
บางที่อาจติวฟรี   คล้ายๆ ESL ที่บางที่ก็ต้องจ่ายค่าเรียน บางที่ก็เรียนฟรี
หรือเรียน on line
 
 ระยะเวลา2 เดือน ต่อคอร์ส บางคนอาจคิดว่าดูเหมือนเยอะ จะไปเรียนไหวหรือเปล่า
แต่จริงๆ แล้วเรียน แค่วันละนิดเดียว
ตารางการเรียนคงแล้วแต่สถานที่
สำหรับที่ที่เราไปเรียนนี่ เรียน วันละประมาณ 2 ชม.
จันทร์ - พฤหัส  เรียนสลับกัน  วิชา  คือ Mathematics  จันทร์ พุธ  วันละ 1 ชม.ครึ่ง และ Writing อังคาร พฤหัส วันละ 2 ชม.
มีเรียนภาคเช้า และ เย็น แล้วแต่เราสะดวกเลือกเรียนตอนไหน
 
ที่เราเรียน จะติวแค่ 2วิชา  คือ Mathematics และ Writing
วิชาอื่นๆ ใช้การอ่านแล้วตอบตามความเข้าใจจากข้อมูลในคำถาม
คนอเมริกันไม่ค่อยมีปัญหาเพราะถ้าอ่านแล้วเข้าใจความหมายก็ตอบได้
คำตอบจะอยู่ในเนื้อเรื่องที่อ่าน
ไม่ใช่การสอบแบบท่องจำเนื้อหาในหนังสือทั้งเล่มแบบเด็กไทย
ก็เลยไม่มีติวใน อีก3  วิชาที่เหลือ (ซึ่งเป็นวิชาที่ง่านมากสำหรับคนอเมริกัน แต่สำหรับเรามันยาก ระดับหินเลย  เพราะเราไม่เข้าใจศัพท์ จะเดาคำตอบก็ไม่มีแนวทางอะไรมาให้เดาเลย เพราะศัพท์ไม่ได้ ทั้งในคำถามและคำตอบ)
 
ใครจะไปแล้วหายบ้างมาบ้าง ก็แล้วแต่ความสะดวก ความตั้งใจ ความชอบ หรือาถานการณ์ของแต่ละคน
บางคนอาจไปเรียนแล้วรู้สึกว่า อ่านหนังสือเองดีกว่าก็มาอ่านหนังสือเอง
เพราะไม่ใช่การเรียนจริง ไม่มีการเก็บหน่วยกิต
เรียนไปสองอาทิตย์ คิดว่าพร้อมแล้วที่จะไปสอบก็ไปลงทะเบียนสอบเลยก็ได้
ถ้าสอบผ่านก็หยุดเรียนได้เลย ไม่ต้องไปเรียนต่อให้ครบคอร์ส
เราเองก็เรียนแค่ประมาณเดือนเดียวต้องหยุดเพราะกลับไทย
กลับมาก็อ่านหนังสือเอง เพราะสอบวิชาที่เปิดติวผ่านไปละ
ไม่ต้องไปนั่งติวอีก  เหลือ 3 วิชาที่ไม่มีติวยังไงก็ต้องอ่านเอง
 
 GED ต้องสอบอะไรบ้าง
ขอคัดลอกข้อความมาเลยนะ จะเขียนอีกเยอะชักเริ่มขี้เกียจละ
 
 The GED Test has five parts:
  1. Language Arts: Writing
  2. Language Arts: Reading
  3. Social Studies
  4. Science
    • Physical Science
    • Life Science
    • Earth and Space Science
  5. Mathematics
    • Number operations and number sense
    • Measurement and geometry
    • Data analysis, statistics, and probability
    • Algebra, functions, and patterns
 
 ที่มาของข้อมูล   http://adulted.about.com/od/gettingyourged/p/Definition.htm
 
แต่ละ วิชามีคะแนนเต็ม 800 คะแนน
ต้องสอบผ่านเกินครึ่งมาหน่อย ถึงจะผ่านเกณฑ์
วิทยาลัยที่เราไปสอบนี่ คะแนนรวม 5 วิชา หารกัน ต้องเฉลี่ยได้ 450  (ส่วนใหญ่น่าจะเป็นแบบนี้แหละ)
แต่สามารถสอบได้ ต่ำสุด 410 ก็ผ่านได้
ถ้าวิชาอื่นๆ คะแนนดี ช่วยให้ เกณฑ์ ค่าฉเลี่ย 5 วิชา ได้ถึง 450
 
 
ถ้าพร้อมก็ไปขอลงทะเบียนสอบ GED ตามสถานที่ที่เปิดเป็นสถานที่สอบ GED
แต่ก่อนลงทะเบียนวิชาละ 15$
มาเปลี่ยนเป็นวิชาละ 30$ ตอนเราจะไปจ่ายเงินพอดี
เสียดายมาก
ถ้าจ่ายไว้ก่อนนั้นแค่อาทิตย์เดียวจะได้จ่ายในราคาเดิม
แล้วไปสอบตอนไหนก็ได้
จ่ายรวมหมด วิชาก็ได้ หรือ ทยอย จ่ายทีละวิชาที่จะสอบก็ได้
 
ของเราต้องไปจ่ายเงินที่แคชเชียร์ก่อน
แล้วก็เอาใบเสร็จไปลงทะเบียนสอบ
จะไปลงทะเบีบนไว้เฉยๆ หรือขอนัดสอบเลยก็ได้
จนท.จะจัดรายชื่อเราลงตารางสอบให้
ถึงวันสอบก็ไปสอบตามนัด
 
ถ้าสอบไม่ผ่าน บางที่อาจมีว่า สอบใหม่ได้อีก1 ครั้ง โดยไม่ต้องจ่ายเงินใหม่
แต่ที่เราไปสอบนี่ ถ้าสอบไม่ผ่าน จะขอสอบใหม่ ต้องจ่ายเงินใหม่ ทุกครั้ง
จ่ายเฉพาะวิชาที่จะสอบใหม่
 
ไม่มีสอบฟรีอีกรอบ
หลังจากลงทะเบียนไว้แล้ว สามารถไปสอบตอนไหนก็ได้  หรือสอบซ้ำกี่ทีก็ได้
แต่ต้องจ่ายเงินทุกครั้ง
ภายใน รอบ 1 ปีการศีกษา
เราใช้เวลา สอบ จากวิชา แรกมาจนถึงวิชา ที่ 5 ผ่านหมด  นี่คือ ใช้เวลา 6เดือน
 
จริงๆ ถ้าลง สอบ วันละ 2วิชา   3วันก็สอบครบ 5 วิชาละ
แต่เรากลับไทย  ระหว่างสอบได้ 2วิชา และไม่พร้อมที่จะสอบต่ออีก 3วิชาทันที่ที่กลับมาด้วย
ขอทยอยอ่านหนังสือทีละวิชาน่ะ
(จะลงสอบวันละวิชาก็ได้ เพื่อไม่ให้หนักสมองมาก)
 
หลายๆคนจะเลือกสอบวิชาเบาๆ ก่อน
วิชาเบาๆ ชองที่นี่คือ Reading  , Social และ Science
แต่สำหรับเรา 3 อันนี้ไม่ง่ายนะ เพราะเราไม่ได้เรื่องศัพท์
ถ้าศัพท์ไม่ได้ จะเดาคำตอบได้ไง
 
โดยเฉพาะ Reading จะเป็นศัพท์ที่เราไม่ค่อยได้ใช้
นอกจากรู้ความหมายตรงตัวแล้ว ยังต้องจินตนาการไปตามคนเขียนอีก
ว่าบรรยายเปรียบเทียบ  ต้นไม้  ใบหญ้า  พระจันทร์ กับอะไร
เราเลยสอบวิชานี้วิชาสุดท้าย (ถ้าเป็นคนอเมริกันจะคิดว่าวิชานี้จิ๊บๆมาก)
ได้คะแนนเกินผ่านมาหน่อยหนึ่ง
แต่ก็ทำให้ผ่านได้ใบประกาศ GED ได้ ดีใจสุดๆ
 
 
 
ถ้าสนใจจะไปขอสอบที่ไหนดี
ส่วนใหญ่จะมีตาม College ต่างๆ
หาข้อมูลได้ตาม  web college ใกล้บ้าน
หลายๆ College น่าจะเป็นสถานที่สอบ GED
คงเพราะเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับคนที่อยากศึกษาต่อในระดับวิทยาลัย
แต่ไม่ได้เรียน High school มา ไม่มีวุฒิที่จะมาเรียนต่อน่ะ
ที่วิทยาลัยที่เราสอบนี่ มีทั้ง ESL , GED
หลังจากสอบผ่านหมดจากที่นี่และต้องการเรียนต่อระดับวิทยาลัยที่นี่จะสามารถสอบวัดระดับได้ฟรี
ถ้าเป็นคนทั่วไปอยากเรียนต่อระดับวิทยาลัย ต้องจ่ายค่าสอบวัดระดับ $25
ข้อสอบ คล้ายๆ GED แต่น้อยข้อกว่า
 
ถ้าสอบไม่ผ่านเกณฑ์ที่จะเรียนระดับวิทยาลัยก็ลงเรียนระดับพื้นฐานไปเรื่อยๆก่อนจนกว่าจะผ่านเกณฑ์
(สำหรับคนที่สนใจเรียนระดับวิทยาลัยนะ)
 
ในความเห็นเราไปสอบ หรือเรียน GED ที่ College ดีนะ
เพราะจะได้รับข่าวสารเรื่องการเรียนต่อ
ได้เห็นช่องทางไปต่อ ทำให้เรามีความอยากที่จะไปต่อมากขึ้น
และสอนค่อนข้างจริงจัง  เพื่อเน้นให้คนมาเรียนสอบผ่านและเข้าไปเรียนต่อในวิทยาลัยต่อได้
 
ลองหาข้อมูล GED Testing Center  ใกล้บ้านได้จากที่นี่
 
ลิงค์ วิทยาลัยที่เราไปเรียน
มีตัวอย่างแนวทางข้อสอบ
 
 
หาอ่านแนวทางตัวอย่างข้อสอบ GED ได้จาก google -->  sample, ged test ,free
 
 
ตัวอย่างบทความ  Reading ที่อาจเจอ 
อ่านแล้วตอบคำถามเกี่ยวกับบทความ
ยากสุดๆ สำหรับเรา
แต่คนอเมริกันอาจคิดว่าง่าย
 
 
 
 เอามาจากที่นี่  http://www.test-guide.com/free-ged-practice-tests.html
 
เคล็ดลับ การสอบ  Reading ให้ผ่าน คือ ท่องศัพท์ ท่องศัพท์ ท่องศัพท์
 
ถ้าใครสนใจอยากศึกษาจริงจัง แนะนำว่าลองซื้อหนังสือ GED มาอ่านซักเล่ม
เล่มใหม่ๆ ตาม ร้านหนังสือ เล่มละ ประมาณ 16$
ถ้าเป็นมือสองตาม  ที่ซื้อตาม  ต่างๆก็คงถูกกว่านี้
ในหนังสือ จะมีอธิบาย หัวข้อแต่ละวิชา
ไปสอบที่ไหน เตรียมตัวอย่างไร
คิดคะแนนยังไงถึงจะผ่าน
 
อ่านให้หมด ทำแบบฝึกหัดให้ครบทุกหน้า
และหาแบบฝึกหัดออนไลน์ทำพร้อม
ท่องศัพท์เยอะ ๆก็จะผ่านได้จ้ะ
 
ยังเล่าไม่หมดนะ
 
เอาไว้ขยันๆ จะมาเล่าแนวทางข้อสอบว่าสอบอะไรบ้างในแต่ละวิชานะ
 
 
การคิดคะแนน GED  เคยเขียนไว้ คลิ๊กไปอ่านได้นะจ้ะ  http://iiwswa.blogspot.com/2013/02/ged-2.html

Congratulations!!!

สามปีที่มาอยู่นี่
วันนี้ดีใจ ปลื้มใจ
ตื้นตันใจ ภูมิใจ ในตัวเองสุดๆ

ได้รับใบประกาศ GED
รู้สึกว่าตัวเองทำในสิ่งที่มีค่ามากตั้งแต่มาอยู่นี้พร้อมกับคำว่าไม่ได้ทำงาน
คำว่าไม่ได้ทำงานนี่ดูเหมือนเป็นคนไม่มีความพยายาม และขี้เกียจเนอะ
วันนี้เราภูมิใจกับความพยายามของเรามาก
 ถึงแม้จะแค่ใบประกาศเล็กๆ
แต่สำหรับเราต้องใช้ความพยายามมากพอสมควรกว่าจะได้มันมา
ขอภูมิใจหน่อยนะตะเอง 


ตอนมาอยู่นี่ปีแรกยังไม่รู้จะทำอะไร ไม่มีรถไม่สะดวกไปไหนมาไหน
คิดอะไรยังไม่ออก
ปีที่สองตั้งใจว่า จะสอบเอาวุฒิ GED ให้ได้ภายในสองปีที่มาอยู่
เราถือว่าเป็นการทบทวนภาษาอังกฤษ
แต่มีปัญหาครอบครังทางไทย ต้องกลับไทย ติดๆ กัน สามครั้ง
ทำให้เราต้องเลื่อนไปเรื่อยๆ
แต่เราก็ไม่ละความพยายามนะ

กลับมาสานต่อเมื่อพร้อม

และวันนี้เราทำสำเร็จแล้ว

ถึงแม้จะวุฒิเล็กๆ แต่ก็สร้างความภูมิใจให้กับตัวเองและตระกูลอย่างมาก

ขอบคุณชีวิตเราที่มีวันนี้

หน้าบานจริงๆ เนื่องจากน้ำหนักขึ้นปีแรก 7กก.

หมายเหตุที่ได้รับประกาษแบบนี้ เพราะเราสอบจากCollege
ทางวิทยาลัยให้ไปรับใบประกาศพร้อมกับคนที่จบระดับปริญญาของ College

หมดเขตลงทะเบียน รับประกาศ 31 May
แต่เรา สอบผ่านวิชาสุดท้าย 5 June
โดยไม่รู้เลยว่า เค้าจะรับประกาศกันวันไหน
เราไปสอบตามความพร้อมของเรา
พอสอบผ่านก็ไม่ได้สนใจอะไร รู้แต่ว่า ใบรับรองจะส่งมาให้ที่บ้าน
แต่จนท.โทรมา ขอแสดงความยินดีด้วย เรามีสิทธิ์ไปรับใบประกาศด้วย
จนท.ใส่ชื่อเพิ่มให้
จะไม่ให้ดีใจได้ไงเนาะ
อยู่ดีๆ ได้ไปร้วมพิธีกับเค้า ทั้งๆที่ผ่านวันสุดท้าย ของการรายงานตัวแล้วอ่ะ























See More



บันทึกวันเก่าๆ ไม่คิดว่าจะทำสำเร็จได้   http://iiwswa.blogspot.com/2012/03/blog-post_17.html




 

Sunday, April 28, 2013

การรับรองซิติเซ่นให้ลูกที่ตามมา หลังจากพ่อ/แม่ได้ US Citizen


ถ้าพ่อแม่ได้อเมริกันซิติเซ่น และ ณ เวลาที่ได้ซิติเซ่น ลูกอายุต่ำกว่า 18 ปี ลูกจะได้สิทธิ์เป็นอเมริกันซิติเซ่นตามเราได้ ( แต่ตอนทำเรื่องรับรองซิติเซ่นลูกต้องอยู่อเมริกาและมีกรีนการ์ดแล้ว )

จะเลือกรับรอง US Citizenshipให้ลูกได้อย่างไร
ข้อมูลจาก I am a US Citizen : How do I get proof of my US citizenship?
http://www.uscis.gov/USCIS/Resources/A4en.pdf

เอกสารที่จะรับรองหรือแสดงว่าเราเป็น US Citizenที่ยอมรับโดยทั่วไปมีอะไรบ้าง
ถ้า พ่อ/ แม่ ได้เป็น US citizen ก่อนลูกอายุ 18 ปี เต็ม เอกสารที่เราจะทำให้ลูกได้ คือCertificate of Citizenship หรือ US passport ก็ถือว่าเป็นหลักฐานแสดงความเป็นอเมริกันซิติเซ่นได้ เพราะอเมริกันพาสปอร์ตจะออกให้สำหรับคนที่เป็น อเมริกันซิติเซ่นเท่านั้น ก่อนที่จะมี อเมริกันพาสปอร์ตได้ จะต้องถูกตรวจสอบหลักฐานพิสูจน์ก่อนว่าเป็น อเมริกันซิติเซ่นจริง

กรณีที่เรามาได้เป็น US Citizen ก่อนที่ลูกจะอายุ 18 ปี (และ ลูกมีคุณสมบัติครบ) เราจะรับรอง ให้ลูกได้ 2 อย่างคือ

ทำเรื่องขอ US passport ให้ลูก หรือ กรอกแบบฟอร์ม N-600 เพื่อขอใบ Certificate of Citizenship ให้ลูก


อ้างอิงจาก
Image
http://www.uscis.gov/USCIS/Resources/A4en.pdf

 เรามี 2 ทางเลือก
1.ยื่นเรื่องขอ US passport ใช้เป็นหลักฐานความเป็น US Citizen และยังสามารถใช้เป็นเอกสารประกอบการเดินทางได้ด้วย
2.ยื่นเอกสาร N-600 เพื่อขอใบ Certificate of Citizenship

เราอาจพบว่า US pssport นั้นเป็นวิธีที่ค่อนข้างอำนวยความสะดวกให้เรามากกว่า เพราะ US pssport นอกจากรับรองความเป็น Citizen แล้วยังสามารถใช้เป็นเอกสารในการเดินทางได้ด้วย และขั้นตอนการขอ US pssport เร็วกว่าการยื่นเอกสาร N-600

กรณีพ่อแม่ได้ซิติเซ็นแล้ว เราจะทำ US Passport ให้ลูกเพื่อแสดงความเป็น US Citizen หรือ ขอใบรับรอง ให้ลูกด้วย ก็แล้วแต่เรา
หรือจะทำทั้ง 2 อย่างก็แล้วแต่สะดวก

ค่าธรรมเนียม
1.ทำเรื่องขอใบ Certificate of Citizenship ให้ลูก ใช้ แบบฟอร์ม N-600 ค่าธรรมเนียม $600
2.ทำ US passport เด็กต่ำกว่า 16 ค่าธรรมเนียม $80 + $25 ถ้าไม่เอา passport card (ถ้าเอาpassport card เพิ่มอีก $15)
http://travel.state.gov/passport/fees/fees_837.html#minors

2 วิธีนี้แยกกัน ทำอันไหนก่อนก็ได้


สิทธิ์นี้จะติดตัวลูกไปตลอด ตราบใดที่คุณสมบัติลูกครบตามที่กำหนด ยื่นเอกสารตอนไหนก็ได้
(ตอนที่พ่อ/แม่ได้ อเมริกันซิติเซ่นลูกอาจยังอยู่ไทย เมื่อลูกมาอเมริกา คุณสมบัติครบ ยื่นเอกสารขอรับรองได้เมื่อพร้อม )

A child who meets these requirements before his or her 18th birthday may obtain a passport or Certificate of Citizenship at any time, even after he or she turns 18.

Monday, April 15, 2013

ไปวัดมาจ้าา เอาบุญมาฝาก

ไปทำบุญ ร้อยวันให้พ่อ ละก็ทำบุญปีใหม่ไทยด้วย
อิ่มใจมากเลย
วัดสงบมากๆ
วัดเล็กๆ
มีพระ สามรูป





 











Thursday, April 11, 2013

Studying English

      วันๆ ที่ไม่ได้ ทำอะไร พยายามทบทวนภาษาอังกฤษทุกวัน
      เพราะโอกาสใช้จริงน้อยมาก
     ถ้าไม่ทบทวนก็ลืม
 
     วันนี้หยิบเล่มนี้มาอ่าน  เอามาจากไทย อ่านตั้งแต่อยู่ไทยไปรอบละ
     วันนี้หยิบมาอ่านใหม่  สนุกดี  
     มีประโยคทั่วไปในชีวิตประจำวันให้เราลอก
 
     อ่านแบบหัดออกเสียงคำพูดไปด้วย
    เพราะวันๆ ไม่ได้พูดกับใครเลย
    ถ้าไม่หัดเอง มาอยู่ห้าปีสิบปีก็คงเหมือนเดิม


 
       Today I pick this book for studying English.
       It is so cute and a fantastic way to learn English.
       Let try some if you have a chance .
      You 'll like it.

Monday, April 8, 2013

ต้นไม้เริ่มกลับมามีสีสันละ

เสียดายแต่ว่าช่วงนี้ฝนตกบ่อย
เลยไม่ค่อยมีแดดให้ถ่ายรูป
 
ภาพไม่ชัด เพราะใช้มือถือถ่ายไกลมาก
เน้นวิว 
และมือคนถ่ายคงไหวน่ะ
 
 

Thursday, April 4, 2013

Subject -Verb Agreement

เอามาทบทวน
ความรู้พื้นฐานมากๆ
เห็นว่าหลายๆ คนลืม เวลาใช้จริง
เราก็เป็นคนหนึ่งที่ลืมทุกที
ติดที่จะพูดผิดน่ะ
 
 




โอนเงินจากอเมริกาไปไทย โดยใช้บริการ MoneyGram หรือทางไหนดี

ส่งเงินจากอเมริกา ไปไทย ที่ไหน ทางไหนเรทดี ? คนมาอยู่อเมริกาคงมีคำถามนี้กันเนาะ วันนี้ยกตัวอย่างบางช่องทางนะคะ เราถนัด MoneyGram เพราะสะ...